ระหว่าง Tokyo Tower กับ Tokyo SkyTree ไปเที่ยวที่ไหนดี?

ให้เลือกระหว่าง Tokyo Tower กับ Tokyo SkyTree คุณจะเลือกไปเที่ยวที่ไหนดี?

 

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า Tokyo Tower และ Tokyo SkyTree ถือได้ว่าเป็น Land Mark ของประเทศญี่ปุ่นทั้งคู่เลย ที่กรุงโตเกียวนั้นมีชื่อเสียงมากๆ สำหรับการสร้างตึกให้มีความสูง ซึ่ง Tokyo SkyTree และ Tokyo Tower ก็เป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงโตเกียว เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวต่างก็อยากจะไปสัมผัส เพื่อที่จะดูวิวโดยรอบของกรุงโตเกียว สักครั้งในชีวิต แต่ถ้าจะให้เลือกอย่างใดอย่างนึงนั้นคงจะลำบากน่าดูเลยหละ เพราะว่าทั้ง 2 ที่ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณจะพลาดไม่ได้เลยทีเดียว เราไปดูรายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละตึกกันดีกว่าว่ามีความเป็นมายังไงบ้าง

 

 

โตเกียว ทาวเวอร์ (Tokyo Tower)

โตเกียว ทาวเวอร์ เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1958 หรือในปี พ.ศ. 2501 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้อาคารโตเกียวทาวเวอร์ยังเป็นสัญลักษณ์ของการมองโลกในแง่ดีอีกด้วยนะ ซึ่งโตเกียวทาวเวอร์ จะถูกทาสีใหม่ทุกๆ 5 ปี

โตเกียว สกายทรี (Tokyo SkyTree)

สำหรับโตเกียวสกายทรี (Tokyo SkyTree) เป็นหอที่สูงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่ง โตเกียวสกายทรี นั้นถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2012 ที่ผ่านมานั่นเอง นอกจากนี้ ตึก Tokyo SkyTree ยังได้อันดับความสูง เป็นอันดับ 2 ของโลก ลองจากตึกของประเทศ Dubai กับตึกที่มีชื่อว่า Burj Khalifa สำหรับจุดเด่นของตึก Tokyo Sky Tree นั่นก็คือ ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้าที่ทันสมัยที่สุดของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง แถมบนตึกยังมีสถานีโทรทัศน์ และ วิทยุกระจายเสียง สำหรับภูมิภาค คันโต (Kanto) อีกด้วย

สำหรับความแตกต่างระหว่าง อาคารที่ถือได้ว่าเป็น Land Mark ของประเทศญี่ปุ่นนั่นก็คือความสูงนั่นเอง ซึ่งโตเกียวทาวเวอร์ จะมีความสูงแค่ครึ่งเดียวของ Tokyo SkyTree ทำให้วิวบนตึก โตเกียวสกายทรีนั้น สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบของเมืองได้กว้างไกลกว่านั่นเอง แต่สำหรับใครที่อยากเห็นความเคลื่อนไหวของคนญี่ปุ่น กับย่านที่คึกคัก ใจกลางเมืองต้องไปดูวิวที่ Tokyo Tower นอกจากนี้ถ้าวันไหนอากาศเป็นใจ คุณจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ หรือ ฟูจิซัง ผ่านจากการมองวิวบนตึก Tokyo Tower อีกด้วยนะ

สำหรับใครที่อยากชมทัศนียภาพ ในรูปแบบของ อาคารบ้านเรื่อน ของคนญี่ปุ่น แนะนำให้ขึ้นไปชมวิวที่ตึก Tokyo SkyTree เพราะว่าที่ตึกแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลาง ของเขต Sumida Ward ซึ่งเป็น ย่านที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการชมทัศนียภาพของอาคารและบ้านเมืองของคนญี่ปุ่นนั่นเอง

สถานที่ตั้งของ Tokyo Tower และ Tokyo Skytree

 

 

สำหรับโตเกียวทาวเวอร์นั้นตั้งอยู่ในย่าน Shiba-Koen ของ Minato ถึงแม้ว่าจะไม่ทางเข้าหอคอยโดยตรงผ่านทางรถไฟใต้ดิน แต่คุณสามารถเดินทางไปยัง Tokyo Tower ผ่านทางสถานีรถไฟ 5 สถานนี รถไฟโดยรอบของโตเกียว ทาวเวอร์ ซึ่งสามารถใช้เวลาโดยการเดิน จากสถานี โดยประมาณ 5 – 10 นาที เท่านั้น

สำหรับโตเกียวสกายทรี (Tokyo SkyTree) นั้นจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Sumida ซึ่งอยู่ใกล้กับ Asakusa และยังสามารถเดินทางไปได้ง่ายๆด้วยรถไฟ ที่อยู่ติดกับสถานี Tokyo Skytree จาก Tobu Skytree Line และ Oshiage Station ที่อยู่สาย Hanzomon Line ซึ่งเป็นที่รู้จักกับสำหรับระบบรถที่กว้างขวางสำหรับการเดินทาง ไปยังอาคารทั้ง 2 แห่ง แต่ถ้าจะให้แนะนำ สำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่นี่ แนะนำให้เลือกใช้บริการ Tokyo Metro และ Toei ซึ่งสามารถเลือกซื้อได้แบบ 24 ชั่วโมง, 48 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกในการเดินทางเที่ยวให้ทั่วในกรุงโตเกียวนั่นเอง สะดวกรวดเร็ว และ ประหยัดที่สุด

 

สำหรับแฟนคลับ ของการ์ตูนชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น อย่าง One Piece ซึ่งเป็นการ์ตูนที่อยู่คู่คนไทย และ คนญี่ปุ่นกว่า 20 ปีเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครอินกับการ์ตูนเรื่องนี้มากๆ แนะนำให้เดินทางไปเที่ยวที่ Tokyo Tower เลย เพราะว่าที่ Tokyo Tower จะมีร้านอาหารค่าเฟ่ที่อยู่ใน Tokyo One Piece Tower ที่จะทำให้คุณอินฟินไปกับตัวการ์ตูน One Piece นั่นเอง กับร้านอาหารที่ชื่อว่า Sanji no Oresam และ Cafe Mugiwara นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นสนุกๆ อย่างเช่น Nami’s Casino, Luffy’s Endless Adventures. Usopp’s Ball Shooting Game, Brook’s Horror House และ Soul Edge of Zoro ให้คุณได้เล่นที่ Tokyo One Piece Tower อีกด้วย

 

 

สำหรับตึก Tokyo SkyTree นั้นจะมีร้านค่าเฟ่ และ ร้านค้าต่างๆ และ ยังมี Skywalk ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย สำหรับใครที่อยากเห็นวิว กรุงโตเกียวแบบ 360 องศา ต้องไม่พลาด ที่จะเดินทางไปเที่ยวที่ Tokyo Skytree ที่นี่ยังมีศูนย์การค้า ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า Solamachi ที่เป็นที่ตั้งของท้องฟ้าจำลอง และ พิพิธภัณฑ์ สัตว์น้ำ Sumida และ ร้านอาหารมากกว่า 300 แห่งเลยทีเดียว

นอกจากจะมีที่เที่ยวที่เป็น Landmark ของกรุงโตเกียวแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโตเกียว ที่คุณจะพลาดไม่ได้อีกหลายที่เลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น Tokyo Disneyland และ Fuji Q Highland เป็นต้น สำหรับใครที่มีความต้องการ ที่จะไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆในประเทศญี่ปุ่น แต่ว่ายังไม่รู้ว่าจะซื้อตั๋วที่ไหนดี หรือว่าที่ไหนราคาถูกที่สุด ราคาดีที่สุด ไม่ขูดเลือดขูดเนื้อคนไทยจนเกินไป แนะนำให้เข้าไปเช็ค ราคาค่าตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ Klook ซึ่งเว็บไซต์ Klook เป็นเว็บไซต์ ที่คนสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ ได้ในราคาที่ถูกกว่า การที่คุณไปซื้อผ่านเว็บไซต์ ตัวแทนจำหน่ายอื่นๆ นอกจากนี้ยังช่วยคุณประหยัดเวลาในการยืนต่อคิวซื้อตั๋วหน้าทางเข้าอีกด้วย ที่เว็บไซต์ Klook ยังมีจำหน่ายตั๋ว JR Pass ด้วยนะ แล้วยังมีบริการจัดส่งมาถึงบ้านคุณอีกด้วย สะดวกสบายสุดๆไปเลย สำหรับตั๋วที่คุณสามารถจองออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ Klook ได้นั้นมีเยอะมากๆ ใครที่ไปเที่ยวในแถบเอเชีย แนะนำเลย เพราะว่าเป็นเว็บไซต์ เดียวที่มีขายตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ครบจบในเว็บไซต์เดียวเลย ยกตัวอย่างเช่น Universal Studio Japan, Universal Studio Singapore, Cartoon Network Amazone, Tokyo Skyliner, Ngong Ping 360, Tokyo One Piece Tower, The Peak Hong Kong, Hong Kong Disneyland, Osaka Amazing Pass, Everland, Kansai Thru Pass, USJ VIP Wristband และ อื่นๆอีกเพียบ ในราคาลดพิเศษ ต้องที่เว็บไซต์ Klook เท่านั้น

 

About Ordinary-Man

Check Also

วิธียกเลิกการจอง Agoda ให้ได้เงินคืนเต็มจำนวน

ยกเลิก Agoda ยังไงให้ได้เงินคืนเต็มจำนวน

ยกเลิกการจอง Agoda ยังไง ให้ได้เงินคืน? จากประสบการณ์ที่ได้ขอคืนเงินจากโรงแรมที่ญี่ปุ่น ในช่วงไวรัสโคโรนา สำหรับวิธีการที่ใช้ขอเงินคืนค่าจองโรงแรง ที่ได้ทำการจองล่วงหน้าไปกับทางเว็บไซต์ Agoda ที่เขียนขึ้นมาก็เพราะ “คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์” ให้กับเพื่อนๆที่กำลังวางแผนยกเลิกทริป ที่ได้จ่ายเงินค่าที่พักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใครที่ทำการจองผ่าน Booking ...

CLOSE
CLOSE