แจกแพลนเที่ยวประเทศสิงคโปร์แบบ 4 วัน 3 คืน

ใครจะไปเที่ยวสิงคโปร์ ลองมาเช็คแพลนเที่ยว ล่าสุดนี้เลย

ประเทศสิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทย ส่วนใหญ่เลือกเดินทางไปเที่ยวในช่วงวันหยุด เนื่องจากประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนไทยสามารถเดินทางไปได้ โดยใช้เวลาไม่นาน เมืองฝั่งยุโรป หรือ ประเทศญี่ปุ่น สำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ ในช่วงปลายปีนี้ เราต้องทำการบ้านกันหน่อย เพราะว่าสิงคโปร์ ในยุคปัจจุบันนั้น มีสถานที่ท่องเที่ยว เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดเลย เราต้องเช็คกันหน่อยว่า มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้าน ที่เราต้องไป ถ้าไม่ไปถือว่ายังมาไม่ถึง มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้าง ที่เราต้องเดินทางไปถ่ายรูป เพื่อที่จะได้รูปสวยๆเอาไว้อัพลง Social บลาๆ แพลนเที่ยวเหล่านี้ทั้งหมด ทางเว็บไซต์ Klook ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้คุณหมดแล้ว มีรายละเอียดเยอะมากๆ ใครที่คิดจะเดินทางไปเที่ยวแบบ 4 วัน 3 คืน จองตั๋วเครื่องบินไปแล้ว จองโรงแรมไปแล้ว แต่ยังไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรในหัวเลย แนะนำเลยให้เช็คแพลนเที่ยวด้านล่าง Exclusive จากทางเว็บไซต์ จองตั๋วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง Klook

วางแผนเที่ยวสิงคโปร์กับ Klook

วันที่ 1 > เที่ยว Marina Bay

กิจกรรมที่ 1 > หลังจากที่เดินทางมาถึงประเทศสิงคโปร์ เป็นที่เรียบร้อย แนะนำให้คุณเริ่มต้นกับอาหารมื้อเช้าที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกรับประทานกันที่ร้าน Ya Kun Kaya Toast เป็นร้านที่ขายสังขยาใบเตย แบบฉบับของสิงคโปร์ เป็นเมนูเฉพาะทางของร้าน อย่างจริงจัง เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังปิ้งกรอบๆ และ ตบท้ายด้วยเนยชิ้นหนาๆ สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟ Downtown ลงที่สถานี Downtown (DT17) ร้านปิดทุกวันอาทติย์

กิจกรรมที่ 2 > ชมพิพิธภัณฑ์ศาสตร์ และ ศิลป์ หรือที่เรียกกันว่า Art Science Museum เป็นที่มีของ มาริน่า เบย์ แซนดส์ เข้าชมนิทรรศการ Future World: Where Art Meets Science เพลินตาสุดๆ เหมาะกับการถ่ายรูปด้วย

กิจกรรมที่ 3 > เติมพลังด้วยก๋วยเตี๋ยวกุ้งที่ร้าน Wah Kee ร้านนี้อร่อยจริงจัง ต้องไปโดน เป็นร้านที่การันตีความอร่อยด้วยรางวัล Bib Gourmand จาก มิชลิน เป็นร้านที่มีก๋วยเตี๋ยวชามเด็ด เสิร์ฟพร้อมกุ้งตัวใหญ่ รสชาติกลมกล่อม สามารถเดินทางด้วยการเดิน ใช้เวลา 13 นาที จากพิพิธภัณฑ์ศาสตร์ และ ศิลป์

กิจกรรมที่ 4 > เที่ยวกับ Ducktours เป็นการนั่งรถที่สามารถวิ่งได้ทั้งบนบก และ ในน้ำ หรือ ที่เรียกเรียกกันว่า รถสะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบน นั่นเอง เป็นทั่วร์ที่ให้เราได้ชมประเทศสิงคโปร์แบบเต็มๆ ขับผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

กิจกรรมที่ 5 > เที่ยว Garden By the Bay อีกหนึ่งไฮไลท์ ที่คุณจะพลาดไม่ได้เลย กับการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศสิงโปร์ นั่นก็คือ การเดินทางไปเที่ยวที่ Garden By the Bay นั่นเอง ที่นี่คุณจะได้ชมดอกไม้ The Flower Dome เป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ ภายในจะมีดอกไม้นานาพันธุ์ จัดแสดงอยู่ เหมาะสุดกับการถ่ายรูปสวยๆเอาไปอวดเพื่อนๆ

กิจกรรมที่ 6 > ทานอาหารที่ร้าน Hawker เป็นสถานที่รับประทานอาหารที่อยากจะแนะนำ เพราะว่ามันดีจริงๆ ร้านนี้มีทีเด็ดอยู่ที่ ปีกไก่ บาร์บีคิวย่าง, เค้กแครอท, โรจัก (ยำผัก และ ผลไม้รวม) สาารถใช้เวลาเดินเพียง 1 นาที จาก Satay by the Bay

กิจกรมที่ 7 > ตบท้ายด้วยการเดินทางไกินบุฟเฟต์เบียร์ที่ร้าน The Pump Roomให้ร้านนี้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้กับคุณ สามารถดื่มได้ไม่อั้น กับบุปเฟต์เบียร์ สายดื่มต้องไม่พลาด ร้านนี้สามารถเดินทางได้ โดยนั่งรถไฟสาย Downtown จาก DT16 Bayfont ไปลงที่ DT20 Fort Canning และเดินต่ออีก 5 นาทีก็จะถึงร้าน The Pump Room

วันที่ 2 > เที่ยว Singapore Zoo 

กิจกรรมที่ 1 สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสวนสัตว์ในต่างประเทศ ในระยะประชิดเลยที่สวนสัตว์สิงคโปร์ ให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานอาหารเช้ากับลิงอุรังอุตัง เริ่มต้นมื้อเช้าๆของคุณด้วยการรับประทานอาหารเช้าในสวนสัตว์ ที่สวนสัตว์แห่งนี้ยังมีกิจกรรม มากมายให้คุณได้ใช้เวลาช่วงเช้าๆยาวๆ เช่น ให้อาหารยีราฟ และ ชมการแสดงโชว์ของช้าง บวกกับนั่งรถรางชมรอบๆสวนสัตว์ เหมาะมากๆ ถ้ามีเด็กๆไปด้วยกับทริปเที่ยวสวนสัตว์ครั้งนี้

กิจกรรมที่ 2 > เที่ยว River Safari ที่ตั้งอควาเรียมน้ำจืด ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่คุณจะพลาดม่ได้เลยที่จะไปเยื่อนสถานที่ท่องเที่ยวอันดับตั้นๆของสิงคโปร์ คุณจะได้พบกับสัตว์มากมายเช่น พยูนคาโนล่า, ปลาอัลลิเกเตอร์ และ แพนด้าตัวใหญ่ ที่มีชื่อว่า ไกเก๋ และ ไจ๋ไจ๋

กิจกรรมที่ 3 > ช่วงหัวค่ำเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่บอกได้เลยว่า สนุกไม่แพ้กิจกรรมไหนๆเลย กับกิจกรรมชมสัตว์ในยามค่ำคืนที่ The Night Safari เปิดประสบการณ์ชมสัตว์ในเวลากลางคืน ให้คุณได้ขึ้นรถราง และ เดินทางไปชมสัตว์ที่ออกหากินในตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังได้พบกับการแสดง Creatures of the Night ที่สวนสัตว์ Night Safari แห่งนี้

กิจกรรมที่ 4 > กิจกรรมสุดท้าย จะพลาดไม่ได้เลย กับมื้อดึกที่ศูนย์อาหารที่มีชื่อว่า Lau Pa Sat ช่วงค่ำๆร้านไหนไม่เปิด ร้านนี้เปิดจ้า ให้คุณได้อิ่มอร่อยไปกับ เมลาปลากระเบนราดพริกเผาซามบาล, สะเต๊ะ และ ซีฟู้ดปิ้งย่าง ก่อนจะสิ้นสุดค่ำคืนที่ศูนย์อาหาร Lau Pa Sat

วันที่ 3 > Universal Studios Singapore

กิจกรรมที่ 1 > ก่อนที่เราจะไปสนุกกับไฮไลท์ท่องเที่ยว สวนสนุกที่สนุกที่สุดในประเทศสิงคโปร์ เราต้องเติมพลังหาอะไรรับประทานกันก่อนที่ ร้านอาหารที่มีชื่อว่า Zam Zam เป็นร้านอาหารยอดนิยมของชาวสิงคโปร์เขาเลย ซึ่งอาหารขึ้นชื่อจะใช้ชื่อว่า Roti Prata เป็นโรตีแผ่นธรรมดา ที่ใช้กินคู่กับเครื่องเคียงต่างๆ ร้าน Zam Zam เป็นหนึ่งในร้านอาหารมุสลิมแท้ๆ ที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ หากคุณกำลังมองหาเมนูของคาว แนะนำเลย มะตะบะไส้เนื่้อ ทางคู่กับแกง ทีเด็ดแน่นอน

กิจกรรมที่ 2 > พอท้องเราอิ่มแล้ว เราก็เริ่มเที่ยวได้ กับการเดินทางไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ Sentosa โดยมุ่งหน้าไปที่สถานี Mount Faber และ ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสิงคโปร์ เพื่อชมวิวสวยๆแบบน่าทึ่ง 360 องศา แนะนำให้คุณหยิบกล้อง หรือ ว่าจะหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟี่ ถ่ายรูปสวยๆเอาไปอวดเพื่อนด้วย เดินทางด้วยรถประจำทาง 145 และ ลงที่ After Telok Blangah Hts และ ใช้เวลาเดินด้วยเท้า 15 นาที ก็จะเดินทางไปถึงกระเช้าลองฟ้า

กิจกรรมที่ 3 > หลังจากชมวิวเพลินๆแล้ว เราก็เดินทางมาถึงไฮไลท์ของวัน นั่นก็คือ การเที่ยวที่สวนสนุก Universal Studios Singapore นั่นเอง ที่สวนสนุกแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ เลยก็ว่าได้ สามารถเที่ยวได้แต่เช้ายันเย็นเลย สำหรับทีเด็ดของสวนสนุกแห่งนี้ ก็คือเครื่องเล่นที่ได้รับความนิยมมากมายเช่น The Twin Coasters, Battlestar Galactica, The Mummy และ Jurassic Park River Rapids ใครที่ทเที่ยวที่สวนสนุกแห่งนี้ยันเย็น แนะนำให้รอชมพลุด้วย

กิจกรรมที่ 4 > สำหรับใครที่ไม่อยากเที่ยวสวนสนุก ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ สิงคโปร์ ยันสวนสนุกปิด แนะนำให้เดินทางมานั่งชมวิวชิลๆ ชมพระอาทิตย์ตกที่ Marina Bay Sands Skypark เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในประเทศสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ ให้คุณได้ชมวิวจากความสูง 200 เมตร จากพื้นดิน ที่นี่ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของเมืองเลยก็ว่าได้ สามารถมองเห็น การ์เด้นส์ บายเดอะ พาร์ค, เอสพลานาด และ อีกมากมาย

กิจกรรมที่ 5 > เพลิดเพลินไปกับการชมการแสดง แสง สี และ เสียงที่ Spectra Show ที่มารีน่าเบย์ ที่นี่คุณจะได้กับการการแสดงไฟ และ น้ำ เป็นการแสดงโชว์ที่ตระการตาสุดๆ ให้คุณได้ดื่มด่ำกับบทเพลง และ แสงไฟเลเซอร์ และ เรือเจ็ท กิจกรรมนี้ฟรีนะจ๊ะ

กิจกรรมที่ 6 > ชิมเมนูปูผัดพริก อีกหนึ่งเมนูที่คุณจะพลาดไม่ได้เลย หากคุณได้เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศสิงคโปรที่ร้าน No Signboard Seafood ชื่อของร้านนี้มาจาก การใช้ป้ายสีส้มเปล่าๆ ในการโปรโมท จนกลายเป็นคำพูดติดปาก ของคนสิงคโปร์ และ นักท่องเที่ยว เป็นร้านอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามเลยทีเดียว มีเมนูเด็ดๆเพียบ เป็นร้านที่คนชอบปูจะพลาดไม่ได้ ไม่ว่าประการใดๆทั้งสิ้น

วันที่ 4 > เที่ยว Sentosa และ Chinatown

กิจกรรมที่ 1 > เปิดตัวด้วยการรับประทานอาหาร และ กาแฟร้านๆสักแก้วที่ร้าน Tiong Bahru Bakery มาพร้อมกับการเสิร์ฟครัวซองต์ และ ขนมอบแสนอร่อย ที่รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องติดใจ ติดปาก จนต้องขอเพิ่ม สำหรับเมนูที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ กวีญามันน์ และ อัลมอนต์ครัวซองต์ เป็นเมนูเด็ดของร้าน

กิจกรรมที่ 2 > เที่ยว และ ถ่ายรูปที่ เมอร์ไลอ้อน (The Merlion) เป็นรูปปั้นสูง 37 เมตร รูปครึ่งสิงโตครึ่งเงือก เป็นตำนานของเมืองเลยก็ว่าได้ คุณสามารถปีนขึ้นไปบนปากของเมอร์ไลอ้อน และ เก็บภายความทรงจำ ที่มาพร้อมกับทิวทัศน์ที่แสนตระการตา คุณสามารถประหยัดเงินด้วยการซื้อบัตร Sentosa Fun Pass เพื่อท่องเที่ยวในเกาะเซ็นโตซ่า เป็นเวลา 1 วัน พบกับตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยวและ กิจกรรม 19 ชนิดให้คุณได้เลือกเข้าไปชมและร่วมสนุกแบบจัดเต็ม

กิจกรรมที่ 3 > อีกหนึ่งกิจกรรมสนุกๆ ที่คุณจะพลาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ Skyline Luge เป็นกิจกรรมสนุกๆโดยการนั่งรถที่มีชื่อว่า รถลูจ เป็นรถที่มีส่วนผสมระหว่างรถโกคาร์ท และ โทบกแกน  เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสนุกๆ ที่คุณสามารถทำได้บนเกาะ Sentosa

กิจกรรมที่ 4 > สำหรับคนรักในความหวาดเสียวจะพลาดไม่ได้กับกิจกรรม บันจี้จั๋ม รองให้สุดเสียงกับ เซ็นโตซ่า บันจี้ เป็นสถานที่กระโดดบันจี้จัมพ์แห่งเดียวในสิงคโปร์เลย มาพร้อมกับความสูง 47 เมตร เป็นกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีมสุดๆ

กิจกรรมที่ 5 > รับประทานอาหารมื้อกลางวันที่ Coastes ในเซ็นโตซ่า หลังจากที่คุณทำกิจกรรมกลางแจ้งมาตลอดในช่วงเช้าแล้ว ถึงเวลาเติมพลังต่อที่ร้าน Coastes ซึ่งร้านนี้จะตั้งอยู่ที่ Siloso Beach สามารถเลือกที่นั่งได้ทั้งภายในร้าน และ ด้านนอก พับกับเมนูเบอร์เกอร์หรือ พาสต้า พร้อมกับเบียร์เย็นๆ

กิจกรรมที่ 6 >เที่ยวโลกใต้น้ำกับ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A Aquarium เป็นสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสสัตว์น้ำหลากหลายชนิด มีมากกว่า 100,000 ตัวจาก 800 สปีชีส์

สำหรับใครที่สนใจอยากจะเที่ยวตามแผนด้านบน สามารถทได้ง่ายๆ หรือ ว่าอยากจะปรับเปลี่ยนอะไรก็ได้ ซึ่งแผนท่องเที่ยวด้านบนนี้ มาจากทางเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า Klook ซึ่งเป็นเว็บไซต์ ที่ได้รวบรวมตั๋วท่องเที่ยวต่างๆให้คนไทยได้เลือกซื้อ ง่าย จบในเว็บไซต์เดียวจริงๆ ไม่ว่าตั๋วที่คุณกำลังหานั้นจะเป็นอะไร แนะนำให้ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ Klook ดูก่อน แล้วลองเปลี่ยนเทียบราคากับที่อื่นๆดูก็ไม่ผิด แต่บอกได้เลยว่าที่เว็บไซต์ Klook มีราคา “ถูก” ที่สุด สำหรับรายละเอียด โปรโมชั่น และ ส่วนลดเพิ่มเติม สามารถเช็คดูได้ด้านล่าง

 

 

About Ordinary-Man

Check Also

โปรโมชั่น ราคา 12 บาทจาก Klook วันนี้ขอเสนอ คูปองส่วนลดเที่ยวเกาหลีแบบฟินๆ

แจกโค้ดส่วนลด Klook สามารถกดจองได้ในราคา 12 บาท กับกิจกรรมในเกาหลี สายเกาต้องไม่พลาด ให้สาวๆได้เดินทางไปกระทบไหล่ โอปป้า แบบฟินๆแต่ขอบอกไว้หน่อยว่า อย่าถ่ายรูปโอปป้านะ จากข่าวที่ได้ยินมากับหู ว่าประเทศเกาหลีใต้นั้นมีกฎหมายเกี่ยวกับการถ่ายรูป อยู่ด้วย ห้ามถ่ายรูปบุคคล ...

CLOSE
CLOSE