7 สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะ Kyushu ประเทศญี่ปุ่น ที่คุณต้องไม่พลาด

เช็คสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็น Highlight บนเกาะคิวชู

เกาะคิวชู เป็นเกาที่ใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น ที่เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่อยู่คงอุดมสมบูรณ์ อย่างเต็มที่ ยกตัวอย่างเช่น ภูเขาไฟ และ บ่อน้ำพุร้อนเนื่องจาก ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ด้านล่างจะเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ ของเกาะทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Kyushu ด้านล่างคุณจะพบกับข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยม 7 อันดับ สูงสุด บนเกาะคิวชู ที่สามารถใช้บัตร JR Kyushu Rail Pass เดินทางไปถึง โดยที่ไม่ต้องต่อรถเลย

พบกับ 7 สถานที่ท่องเที่ยว ที่คุณต้องไม่พลาด ที่เกาะคิวชู

 

Hells of Beppu

 

1. Hells of Beppu – Beppu เป็นเมืองที่มีชื่อดังมากๆ สำหรับการทำสปา และ แช่ออนเซ็น เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองสปาของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ที่เมืองนี้ยังเป็นที่มาของชื่อ Hells of Beppu ที่มีบ่อน้ำพุร้อนชือดัง ถึง 8 ที่ที่รอให้คุณออกไปสัมผัสอยู่ เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่า นรก ก็เพราะว่าเมืองของ Beppu มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ในแบบฉบับของเมืองเลยโดยรอบเมืองจะมีบ่อน้ำพุร้อน ที่มีไอร้อน พุ่งออกมาตลอดเวลา เหมือนกับอยู่ในนรกนั่นเอง จึงเป็นที่มาของชื่อ นรก นอกจาากนี้ ยังมี Umi Jihoku หรือ Sea Hell ที่ถือได้ว่าเป็นที่สุด ในบรรดา บ่อน้ำพุร้อนทั้ง 8 แห่ง ที่นี่จะมีน้ำเดือนสีฟ้าสดใส หาดูได้ยากมาก ส่วนค่าเข้านั้น จะมีราคาอยู่ที่ 400 yen ต่อท่าน สำหรับเวลาเปิด และ ปิด ของ Hells of Beppu นั้นจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 8.00น. และ จะปิดทำการเวลา 5.00น. ของทุกวัน ไม่มีวันหยุด สามารถ ขึ้นรถไฟ JR แล้วไปลงได้ที่สถานีรถไฟ Beppu Station

Takasakiyama Nature Zoo

2. Takasakiyama Nature Zoo – ถ้าพูดถึงสวนสัตว์แห่งนี้ในประเทศญี่ปุ่น จะเหมือกับจังหวัด ลพบุรีบ้านเราเลย เพราะว่าที่นี่ ลิงเยอะมากๆ ในสวนสัตว์แห่งนี้ ถ้าคุณได้ก้าวเข้าไปแล้วคุณจะได้พบกับ ลิงจำนวนมาก ที่รายล้อมรอบตัวของคุณ ซึ่งอย่างที่เรารู้ๆกัน ว่าลิงเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม แถมยังเป็นสัตว์ที่ไม่มีความกลัวคนอีกด้วย ใครที่ได้ไปเที่ยวที่สวนสัตว์แห่งนี้ ห้ามจับ หรือ ว่าให้อาหารลิงเด็ดขาด ถ้าคุณไม่อยากถูกลิงจำนวนมาก เดินตามคุณ สำหรับราคาเข้าสวนสัตว์แห่งนี้ ราคาต่อท่านอยู่ที่ 510 yen สวนสัตว์ แห่งนี้จะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 8.30น. และ จะปิดทำการเวลา 5.00น. ของทุกวัน สามารถขึ้นรถไฟ JR ไปลงได้ที่สถานีรถไฟ Beppu Station

 

Mount Aso

 

3. เที่ยวที่ Kumamoto ที่ภูเขา Mount Aso – อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตคิวชู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือที่ภูเขา Aso นั่นเอง ที่ภูเขานี้คุณจะได้พบกับ หินก้อนใหญ่่ ที่วางเรียงกันอยู่ในพื้นที่ของเกาะคิวชู มียอดเขาหลัก ทั้งหมด 5 ยอดเขาด้วยกัน ส่วนยอดเขาที่สูงที่สุดจะมีชื่อว่า Mt Tako ที่โผล่ขึ้นเหนือระดับน้ำทะเลที่ 1,592 เมตรเลยทีเดียว หากคุณต้องการเดินทางไปเที่ยวที่ปล่องภํเขาไฟ ซึ่งจะมี 2 ตัว เลือกให้คุณเลือกเดินทางด้วยกัน สำหรับตัวเลือกแรก คุณสามารถเดินทางด้วยการ เดินขึ้นไป หรือ จะขับรถขึ้นไปก็ได้ สำหรับตัวเลือกที่ 2 ก็คือ การขึ้นไปด้วย กระเช้านั่นเอง สำหรับราคาค่ากระเช้านั้น มีราคาต่อท่านอยู่ที่ 860 yen ส่วนเวลาเปิดและปิด นั้นจะเปิดตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดทำการในเวลา 5.00น ของทุกวัน ที่นี่จะปิดทุกๆวันอังคารที่ 4 ของทุกๆเดือน สำหรับการเดินทาง คุณสามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ไปลงที่สถานีที่ใกล้ที่สุดที่สถานี Aso Station

 

Kurokawa Onsen

 

4. Kurokawa Onsen – สำหรับไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวอีกที่ ที่คุณจะพลาดไม่ได้หากได้มีโอกาสไปเยือนเกาะคิวชู นั่นก็คือ การแช่ออนเซ็นในแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เมือง Kurokawa เป็นเมืองออนเซ็น ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากภูเขา Aso ที่นี่มีการอนุรักษ์ อาคารในแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น ทำให้การแช่น้ำพุร้อนของคุณ ฟินเข้าไปอีกขึ้น ที่เมืองนี้ เหมาะมากๆสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง แบบว่าแช่ออนเซ็นแบบไม่อายได้เลย เพราะว่าคนเดินทางไปเที่ยวน้อยกว่าเมืองอื่นๆนั่นเอง ที่เมืองนี้ยังถือได้ว่าเป็นเมือง ที่มีน้ำพุร้อนที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย เนื่องจากมีน้ำพุร้อน ที่มีคุณภาพนั่นเอง สำหรับการเดินทางไปแช่ออนเซ็นที่นี่นั้น สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ไปลงที่สถานีรถไฟ Hita Station หรือจะนั่งรถบัส ที่สถานี Fukuoka Highway Bus ใช้เวลาเดินทางประมาณ 70 นาที มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 1,850 yen ต่อท่าน สำหรับเวลารถบัสออกนั้น จะออก 2 ครั้งต่อวันเท่านั้น

 

Nagasaki Atomic Bomb Museum

 

5. เที่ยว Museum ที่ Nagasaki Atomic Bomb – เที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ ระเบิดที่จะทำให้คุณได้ย้อนยุคไปในปี 1940 นั่นก็คือ ในยุคของสงครามโลก ครั้งที่ 2 นั่นเอง เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่ได้จัดขึ้นเพื่อนึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศญี่ปุ่น ที่มีคนเจ็บ และ คนตายมากกว่า 140,000 คนจากลูกระเบิดลูกแรก ซึ่งที่ พิพิธภัณฑ์ Nagasaki Atomi Bomb นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้คนญี่ปุ่นนึกถึงความน่ากลัวของสงครามโลกนั่นเอง ที่นี่จะเต็มไปด้วย ความรู้สึก และ เรื่องราวในสมัยอดีตต่างๆ รวมไปถึงประวัติของผู้รอดชีวิต ในสมัยนั้นอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาด ที่จะไปเยือนบนเกาะคิวชูนั่นเอง สำหรับราคาค่าเข้าต่อท่านอยู่ที่ 200 yen เท่านั้น สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ไปลงที่สถานี รถไฟ Nagasaki Station ที่นี่จะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 8.30น. และ จะปิดทำการเวลา 5.30น. ของทุกวัน

 

Canal City Hakata

 

6. เมือง Fukuoka ต้องไปเที่ยวที่ Canal City Hakata – สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยคนไหน ที่อยากไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น และ ได้สัมผัสเหมือนกับว่าเราไปอยู่เวนีส ต้องไปเที่ยวที่ Canal City Hakata เลย เพราะว่านี้ที่จะจำลองสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง เวนีส ในอีกรูปแบบนึงที่มีความไฮเทค และ มีชีวิตชีวามากกว่านั้น สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มาก มีความกว้างถึง 2.5 ล้าน ตารางฟุต ประกอบไปด้วยร้านค้า และ ร้านอาหารต่างๆมากมาย รวมไปถึง โรงภาพยนต์ พร้อมกับโรงละคร และ โรงแรมชั้นนำ 2 แห่ง ตึกแห่งนี้เป็นตึกที่สร้างได้ล้ำยุคมากๆ ตั้งอยู่ในทำเลที่เราสามารถเดินทางไปเที่ยวได้สะดวกสุดๆ สามารถเดินเท้าได้สบายๆจากสถานีรถไฟ Hakata Station และ สถานีรถไฟ Tenjin Station สำหรับเวลาเปิดทำกาน จะเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้า และ จะปิดทำการเวลา 3 ทุ่มตรง ของทุกวัน

 

Takachiho Gorge

 

7. เที่ยวที่ Miyazaki ต้องไปเที่ยวที่ Takachiho Gorge – อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ ที่คุณจะพลาดไม่ได้ ที่เกาะคิวชู นั่นก็คือที่เมือง Miyazaki เที่ยวที่ Takachiho Gorge ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เป็นหุบเขาแคบ ที่เป็นช่องลอดผ่านของแม่น้ำ Gokase-gwa ซึ้งทั้ง 2 ด้านนั้นจะมีกำแพงล้อมรอบอยู่ด้วยความสูงถึง 100 เมตรเลยทีเดียว ถ่ายรูปออกมาจะสวยมากๆ ที่นี่ มีน้ำตกที่สวยงามมากๆ มีความสูงของน้ำตกอยู่ที่ 17 เมตรด้วยกัน ตั้งอยู่ใจกลาง Manai Falls ใครที่เดินทางไปที่ Takachiho ในฤดูร้อนเพื่อชมทิวทัศน์ ที่เขียวขจีของประเทศญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ต้องไม่พลาดที่จะเดินทางไปเที่ยวที่นี่ สำหรับบริการนั่งเรือนั้นจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 8.30น. และจะปิดให้บริการ เวลา 5.00น สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ไปลงที่สถานีรถไฟ Nobeoka Station หรือจะเดินทางด้วยรถบัส จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที

JR Pass ในประเทศญี่ปุ่นนั้น มีกี่แบบ มีส่วนลดเท่าไหร่บ้าง เช็คได้ด้านล่าง

เช็คราคาตั๋วอื่นๆ ที่คุณอาจจะอยากจอง ในราคาพิเศษ เมื่อจองผ่านทางออนไลน์

ซื้อ JR Pass ที่ไหนราคาถูกที่สุด

ซื้อตั๋ว Kansai Thru Pass ราคาถูกที่สุด

ซื้อตั๋ว Tokyo Disneyland ราคาลดพิเศษ

ซื้อตั๋ว Universal Studio Singapore รับส่วนลดพิเศษ

ซื้อบัตรเข้า ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ Hong Kong Disneyland ราคาพิเศษ

ซื้อบัตรเข้าสวนน้ำ Cartoon Network Amazone รับส่วนลด 515 บาท

ส่วนลด บัตรเข้าสวนน้ำ Ramayana Water Park รับส่วนลด 340 บาท

ซื้อ Hakone Free Pass ออนไลน์ ราคาถูกที่สุด

คูปองส่วนลด Klook จองที่เที่ยว รับส่วนลดสูงสุด 2,400 บาท

ซื้อตั๋ว Universal Studio Singapore รับส่วนลดพิเศษ

ข้อมูลอื่นๆที่คุณอาจจะอยากรู้ เกี่ยวกับ Universal Studio Japan

ซื้อตั๋ว USJ ในไทย ที่ไหนถูกสุด
บัตร USJ แบบ 1 วัน ราคาพิเศษ
จอง USJ Express Pass คืออะไร
เที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ทำไมต้องไปที่ Universal Studios Japan

About Ordinary-Man

Check Also

วิธียกเลิกการจอง Agoda ให้ได้เงินคืนเต็มจำนวน

ยกเลิก Agoda ยังไงให้ได้เงินคืนเต็มจำนวน

ยกเลิกการจอง Agoda ยังไง ให้ได้เงินคืน? จากประสบการณ์ที่ได้ขอคืนเงินจากโรงแรมที่ญี่ปุ่น ในช่วงไวรัสโคโรนา สำหรับวิธีการที่ใช้ขอเงินคืนค่าจองโรงแรง ที่ได้ทำการจองล่วงหน้าไปกับทางเว็บไซต์ Agoda ที่เขียนขึ้นมาก็เพราะ “คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์” ให้กับเพื่อนๆที่กำลังวางแผนยกเลิกทริป ที่ได้จ่ายเงินค่าที่พักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใครที่ทำการจองผ่าน Booking ...

CLOSE
CLOSE