Homeสินเชื่อรถยนต์เปรียบเทียบ สินเชื่อรถยนต์เปรียบเทียบ โปรโมชั่น สินเชื่อรถแลกเงิน

เปรียบเทียบ โปรโมชั่น สินเชื่อรถแลกเงิน

เช็คโปรโมชั่น และ สิทธิพิเศษ จากบริษัทชั้นนำ ของสินเชื่อรถ

ในปัจจุบันนั้น รถ นอกจากจะเป็นตัวช่วยให้เราสามารถเดินทางไปไหน มาไหนได้อย่างสะดวกสบาย ให้กับผู้ที่ถือครอง หรือ ครอบครอง แล้ว รถในปัจจุบัน ยังมีความสามารถที่จะเปลี่ยนเป็นเงินให้เราได้อีกด้วยนะ เพราะว่าตอนนี้หลากหลายสถาบันการเงิน และ บริษัท ได้ให้บริการที่มีชื่อว่า สินเชื่อรถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อรถแลกเงิน, สินเชื่อเงินติดล้อ และ อื่นๆอีก เป็นสินเชื่อที่ได้มอบให้กับลูกค้าที่มีรถเป็นของตัวเอง สามารถนำรถไปเปลี่ยนเป็นเงินสด ซึ่งมาพร้อมกับโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจมากมายเลยทีเดียว ในปัจจุบันนั้น มีหลากหลายสถาบันการเงินที่ให้บริการในรูปแบบ สินเชื่อรถแลกเงินอยู่ไม่น้อย ทำให้คนไทยหลายๆคนอาจจะสับสน ว่ามีกี่บริษัท หรือ กี่สถาบันการเงินกันนะ ที่ให้บริการนี้ วันนี้ทาง Bookings จะจัดบริษัทสินเชื่อ รถยนต์ ชั้นนำ มาให้คุณได้เปรียบเทียบ มาเช็คบริษัทที่มอบบริการสินเชื่อเพื่อรถ กันดีกว่า ว่ามีบริษัทไหนบ้าง ที่สามารถมอบสิทธิ์ประโยชน์พิเศษที่สุดให้กับเราได้บ้าง แล้วมีบริษัทไหนบ้าง ที่มอบอัตราดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อรถยนต์ที่ต่ำที่สุด ใครที่มีปัญหาต้องการเงินสดด่วน หรือต้องการเงินก้อน สินเชื่อรถ อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณก็ได้ นอกจากนี้สำหรับคนที่เจอปัญหาต้องการเงินสดยังมีหลากหลายทางเลือกด้วยกันไม่ว่าจะเป็น สมัครบัตรกดเงินสด หรือ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลก็ได้เช่นเดียวกัน

สำหรับบริษัทสินเชื่อรถ ที่สามารถเปลี่ยนรถเป็นเงินสดได้นั้น มีทั้งหมด 4 บริษัทที่เราจะนำมาเปรียบเทียบด้วยกัน ซึ่งในแต่ละบริษัทจะมีเงื่อนไขการแลกเงินที่แตกต่างกันไป อัตราดอกเบี้ยที่ไม่เหมือนกัน ขั้นตอนการสมัคร และ ระยะเวลาการรับเงินก็ยังแตกต่างกันออกไปอีก ในแต่ละบริษัทจะกำหนดเอาไว้เลยว่า รถที่เรานำไปขอสินเชื่อรถยนต์นั้น จะต้องมีอายุไม่เกินเท่าไหร่ บางบริษัทให้สิทธิพิเศษกับผู้ที่ไปขอสินเชื่อด้วย แบบไม่ต้องมีคนค้ำประกัน นอกจากนี้ยังมีแบบไม่ต้องโอนเล่มอีกด้วย สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องเงิน ต้องการใช้เงินด่วน รถของคุณช่วยได้ สามารถนำรถไปเปลี่ยนเป็นเงินก้อนได้เลย รับเงินเร็ว แถมบางบริษัทให้วงเงินกับเราสูงมากๆ สูงสุดถึง 10 ล้านบาทเลยทีเดียว ลองไป[highlight color=”yellow”]เช็ครายละเอียด โปรโมชั่น สินเชื่อ รถแลกเงินจากบริษัทชั้นนำได้ด้านล่าง[/highlight]

เปรียบเทียบ สินเชื่อรถ จากบริษัทชั้นนำในประเทศไทย

  • สินเชื่อรถ เงินติดล้อ – เชื่อได้ว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วกับสินเชื่อรถ เงินติดล้อ เพราะว่าอาจจะเห็นรายละเอียดวิธีการได้รับเงินมาแล้วจากโฆษณาทางทีวีจากช่องต่างๆ บริษัทนี้ถือได้ว่าได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับผู้ที่ต้องนำรถไปแลกเงิน หรือคนที่มีรถอยู่กับตัวแต่ต้องการใช้เงินสดด่วน คุณสามารถนำรถของคุณที่ปลอดภาระ ทุกประเภทเลย ไม่ว่าจะเป็น รถกระบะ รถเก๋ง รถบัส รถบรรทุก รถไถ รถมอเตอร์ไซค์ รถป้ายเหลือ รถแท็กซี่ส่วนบุคคล สามารถนำรถประเภทเหล่านี้ไปขอสินเชื่อเพื่อที่จะได้เงินสดมา ข้อดีของ สินเชื่อ เงินติดล้อนั่นก็คือ คุณไม่ต้องโอนเล่ม และไม่ต้องมีคนมานั่งค้ำประกันด้วย แถมยังได้รับเงินไว รับรถได้ทุกจังหวัด เพียงแค่รถของคุณมีอายุไม่เกิน 20 ปีขึ้นไป
  • สินเชื่อรถแลกเงิน TISCO – สินเชื่อรถแลกเงินจาก TISCO เป็นบริษัทสินเชื่อรถยนอีกหนึ่งเจ้าได้กำลังมาแรงได้รับความนิยมสำหรับคนไทยเป็นจำนวนมาก เพราะว่าสินเชื่อจากบริษัทนี้ มีข้อดีก็คือ คุณสามารถเปลี่ยนรถให้เป็นเงินสด รถยังขับได้นั่นเอง เหมาะมากๆสำหรับคนที่ต้องการนำเงินไปลงทุนในระยะสั้นๆ เพราะว่าทาง TISCO Auto Cash นั้นมอบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากๆ แถมยังมีขั้นตอนที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องโอนทะเบียน ไม่ต้องจอดรถทิ้งไว้ แถมยังได้รับเงินรวดเร็วภายใน 3 วันทำการเท่านั้น และยังมอบวงเงินสินเชื่อให้กับผู้ที่นำรถมาขอสินเชื่อรถ สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินรถยนต์อีกด้วย สำหรับระยะเวลาการให้สินเชื่อนั่นตั้งแต่ 6 ไปจนถึง 60 เดือน
  • สินเชื่อรถแลกเงิน KTA – สินเชื่อรถอีกบริษัทที่คุณสามารถนำทะเบียนของรถคุณนำไปรีไฟแนนซ์ รถยนต์ จัดง่าย ผ่านไว แถมยังไม่เช็คแบล็คลิสต์ และ เครดิตบูโรอีกด้วย สินเชื่อรถ KTC จาก ธนาคารกรุงไทย ให้บริการสินเชื่อรถที่มีการทำสัญญาที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก รับรีไฟแนนซ์รถยนต์ และให้สินเชื่อรถยนต์ แถมยังรับปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมกับมีบริการรับจำนำเล่มทะเบียน อีกด้วย จุดเด่นของ สินเชื่อรถ KTC นั่นก็คือ ดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดเริ่มต้นเพียง 0.5% ต่อเดือนเท่านั้น แถมยังผ่อนได้สูงสุด 72 เดือนเลยทีเดียว สามารถมอบวงเงินให้กับเราได้สูงสุดถึง 100% ข้อดีของแบรนด์นี้เลยก็คือ ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ ไม่ต้องมี Book Bank ย้อนหลัง ไม่ต้องจอดรถ และ ไม่บังคับให้ทำประกัน
  • สินเชื่อรถยนต์ KK SME คูณ3 – สินเชื่อรถยนต์ KK SME เป็นสินเชื่อรถยนต์จากธนาคาร เกียรตินาคินนั่นเอง เป็นสินเชื่อรถยนต์ ที่เปิดให้บริการสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่สามารถเปลี่ยนรถเป็นหลักประกัน และ ได้วงเงินสูงสุดถึง 3 เท่าเลยทีเดียว สำหรับวงเงินที่ได้หลังจากที่ทางบริษัท ได้อนุมัติวงเงินแล้ว จะได้วงเงินตั้งแต่ 4 แสนบาทไปจนถึง 5 ล้านบาท สำหรับระยะเวลาการผ่อนชำระนั้น สามารถผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 24 เดือน ไปจนถึง 72 เดือนเลยทีเดียว ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้นจะเทียบเท่ากับ effective rate 14.65% ต่อปี มีค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ 2.50% ของวงเงินอนุมัติ ผู้ที่สามารถกู้ได้นั้นต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 65 ปี หรือ นิติบุคคลที่จดทะเบียนที่ประเทศไทย
  • Daingern.com – เว็บไซต์ ได้เงิน (Daingern.com) เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการเงินเชื่อบุคคล กับ บุคคล ผ่านแพลตฟอร์ม สินเชื่อส่วนบุคคล (P2P Lending) มอบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดเพียงอัตราเดียว กับทุกรุ่น ไม่เกิน 15% รับรีไฟแนนซ์ รถที่ผ่อนมาแล้ว 70% ไม่ต้องมีคนค้ำ ไม่ต้องโอนเล่ม และ ที่สำคัญ ไม่เช็คเครดิตบูโรด้วย จับคู่สัญญาแล้ว กว่า 574 ล้านบาท ให้กู้ที่ได้เงิน ความเสียงต่ำ ทางเลือกใหม่สุดๆ ของการลงทุน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกดูด้านล่าง

สมัครขอกู้ออนไลน์ Daingern.com ไม่ค้ำ ไม่โอนเล่ม ไม่เช็คเครดิตบูโร

เช็คโปรโมชั่นบัตรเครดิตจากธนาคารต่างๆ

  • เช็คโปรโมชั่น สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ จากสถาบันการเงินชั้นนำ ที่คนไทยเลือกสมัครผ่านทางออนไลน์มากที่สุด อนุมัติง่ายๆ รู้ผลไวสุดๆ พร้อมกับบัตรกำนัล + กระเป๋นเดินทาง ฟรีๆ! เช็คที่นี่
  • ช้อปออนไลน์ด้วย บัตรเครดิตเคทีซี ที่ Advice รับเงินคืนสูงสุด 15% คลิกที่นี่
  • โปรโมชั่นสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ คลิกที่นี่
  • ส่วนลด Lazada เมื่อช็อปด้วยบัตรเครดิต KTC คลิกที่นี่
  • สิทธิพิเศษ เมื่อสมัคร บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ออนไลน์ คลิกที่นี่
  • โปรโมชั่น บัตรเครดิต KTC ช้อปที่ AIS Store คลิกที่นี่
  • สิทธิประโยชน์ สำหรับการสมัครบัตรเครดิต ซิตี้แบงก์ ออนไลน์ คลิกที่นี่
  • ทัวร์ยุโรป สุดคุ้ม ด้วยบัตรเครดิต กสิกรไทย คลิกที่นี่
  • บนกับ Bangkok Airways ด้วยบัตรเครดิต KTC รับส่วนลด 15% คลิกที่นี่
  • โปรโมชั่น จองที่ Expedia โดยใช้บัตรเครดิต KTC คลิกที่นี่

 

สินเชื่อบุคคล ดีกว่าบัตรเครดิตรึเปล่า?

คนไทยหลายคนอาจจะมีคำถามในหัวว่า เจ้าสินเชื่อส่วนบุคคลเนี้ย มันดีกว่าการสมัครบัตรเครดิตรึเปล่านะที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดหน่อยๆ ก็เพราะว่าตอนนี้ เศรษฐกิจในประเทศไทย ไม่ค่อยสู้ดีนักคนไทยใช้จ่ายน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การซื้อของฟุ้มเฟือยลดลงอย่างน่าตกใจ และที่สำคัญ การกู้เงินไม่ว่าจะเป็นในระบบ หรือ นอกระบบ มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจเลยทีเดียว สำหรับคนที่ปัญหาในเรื่องการเงิน การสมัครบัตรเครดิต หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ทำให้เราต้องมานั่งศึกษากันอย่างละเอียดหน่อยว่าอันไหน ดีกับเรามากที่สุด ทำไมคนไทยส่วนใหญ่หลายๆคน ถึงใช้สินเชื่อส่วนบุคคล แทนที่จะใช้บัตรเครดิตกันนะ? นี่เป็นคนถามยอดฮิตเลยสำหรับคนที่สงสัย คำตอบมันง่ายมากๆเลยก็เพราะว่าสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นเป็นสินเชื่อที่ เราสามารถกำหนดระยะเวลากู้ได้อย่างแน่นอน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่มันคงตัว และการชำระเงินแบบรายเดือนในยอดที่เท่าๆกัน แต่การจ่ายเงินของบัตรเครดิตนั้นแตกต่างกันออกไป ทำให้เราต้องเข้าไปดูกันอีกว่าข้อดีของการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลดีกว่าการสมัครบัตรเครดิตยังไง? เช็คกันได้ด้านล่าง

ใช้จ่ายได้ตามเงื่อนไข – การขอสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น เราจะได้รับเงินสดเป็นก้อน และสามารถนำเงินก้อนนี้ไปจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในการขอสินเชื่อ ซึ่งบางสถาบันการเงินที่มอบสินเชื่อส่วนบุคคลไม่จำเป็นต้องบอก ทำให้เราสามารถนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น จ่ายค่าเทอมลูก, แต่งงาน, เรียนต่อต่างประเทศ, เปิดร้าน, เปิดกิจการต่าง และ อื่นๆอีกเพียบ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อเพื่อบ้าน และ รถยนต์อีกด้วย สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นมีข้อดีหลายๆอย่างเลย และเหมาะกับคนที่ต้องการเงินสดเพื่อนำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นๆ แถมข้อดีอีกข้อเลยก็คือ ดอกเบี้ยถูกมากๆ ใครที่วางแผนจะใช้เงินก้อน แนะนำให้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินต่างๆเลย

อัตราดอกเบี้ยนแบบลดต้นลดดอก – สถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ส่วนใหญ่จะคิดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบลดต้นลดดอก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุ

ผลที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะเลือกสินเชื่อส่วนบุคคล มากกว่าการสมัครบัคตรเครดิตออนไลน์ เพราะว่าการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น มีการคิดอัตรดอกเบี้ยในรูปแบบลดต้น ลดดอกนั่นเอง และจะกำหนดการจ่ายเงินคืนเป็นงวดๆไป ซึ่งค่างวดนั้นจะมีเงินต้นและดอกเบี้ยที่ไม่เท่านั้น ซึ่งการชำระเงินนั้น จะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในการชำระค่างวดตามปกติ ตลอดอายุสัญญา โดยไม่สามารถจ่ายมากกว่าค่างวดบางส่วนได้ แต่ถ้ามีความต้องการที่จะปิดบัญชีก่อน ก็ต้องจ่ายเงินต้นทั้งหมด พร้อมกับอัตราดอกเบี้ยหรืออาจจะมีค่าปรับด้วย

อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า – ข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ใครๆก็ชอบเลยก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่มันคงที่ หรือการคิดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบตายตัว จะเพิ่มหรือลดลงไม่ได้

ความแตกต่าง ระหว่างบัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล ในปัจจุบัน

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น หลังจากที่คุณสมัคร ถ้าคุณได้รับเงินโอนเข้าบัญชีเมื่อไหร่ เมื่อนั้นคุณจะเป็นหนี้ทันที แต่แตกต่างกับบัตรกดเงินสด เพราะว่าบัตรกดเงินสดให้จำเอาไว้ในทุกๆครั้งที่กดเงินสดออกมาเลย เมื่อไหร่ที่คุณกดเงินสดออกมา เมื่อนั้นคุณจะถึงเป็นหนี้นั่นเอง สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นคล้ายกับการขอกู้ธนาคารเลย “สินเชื่อส่วนบุคคล” แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน เช็คได้ด้านล่าง

  1. สินเชื่อส่วนบบุคคล ภายใต้การกำกับ จะคิดดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมได้สูงสุดไม่เกิน 28% ยกตัวอย่างเช่น บัตรกดเงินสด, สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น Ready Credit, Speedy Cash, Personal Loan และ อื่นๆอีกเพียบ สำหรับผู้ประกอบการ ต้องเป็นนิติบุคคล และ กระทรวงการคลังต้องออกใบอนุญาต หรือ ไม่มีใบอนุญาตก็ได้
  2. สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล เช่น กู้สินเชื่อบ้าน กู้สินเชื่อซื้อรถยนต์ รวมไปถึงบัตรเครดิต ดอกเบี้ยของสินเชื่อ

เช็คความพร้อม ก่อนที่จะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลกันเถอะ!

สินเชื่อส่วนบุคคลที่ให้บริการจากสถาบันการเงินต่างๆนั้น เป็นสินเชื่อที่ขึ้นชื่อว่า สินเชื่ออเนกปรสงค์เป็นตัวช่วยให้กับคนที่ต้องการใช้เงินก่อนไปทำธุระต่างๆนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายส่วนตัว, ค่าเรียนหนังสือ, จ่ายค่ารถยนต์ บลาๆและอ้ื่นๆอีกเพียบ ว่าง่ายๆเลย ผู้ที่ขอสินเชื่อจะนำเงินก้อนนี้ไปทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องบอกสถาบันการเงินนั่นเอง สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีคนมาค้ำประกัน หรือ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง ส่วนใหญ่สถาบันการเงินจะอนุมัติวงเงินสำรหับสินเชื่อส่วนบุคคล มากสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน และวิธีการจ่ายนั้นจะเป็นในรูปแบบอัตราเดิมในทุกๆเดือน นั่นก็คือการคืนเงินในรูปแบบรายงวดนั่นเอง ตามระยะเวลาที่ได้ระบุไว้ก่อนการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงินนั้นๆนั่นเอง จะมีระยะเวลาชำระตั้งแต่ 6 เดือนยาวไปถึง 5 ปีเลยทีเดียว ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้นจะเป็นในรูปแบบ ลดต้นลดดอกนั่นเอง เราไปดูกันดีกว่าคนที่ต้องการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น คุณมีความพร้อมมากแค่ไหน และ เปอร์เซนต์การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

เอกสาร – เริ่มแรกเลยให้คุณเช็คเอกสารก่อนว่าต้องใช้หลักฐานหรือ เอกสารอะไรบ้างในการยื่นขอ หรือ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เอกสารที่นำไปสมัครต้องถูกต้องและครบถ้วนด้วย ตามที่ทางสถาบันการเงินได้ระบุไว้ หรือถ้าอยากสมัครง่ายๆ แนะนำให้เช็คผ่านอินเตอร์เนตดูได้ เช็คได้ง่ายมากๆ เพราะว่าเขาจะบอกเราหมดเลยว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา สมัครไปแล้วไม่ผ่าน ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีพวกเอกสารสำคัญๆ เช่น เเอกสารรับรองการทำงาน, เงินเดือน บัตรประชาชน และ อื่นๆอีกซึ่งเราก็ต้องเตรียมไปให้ครบ สำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานประจำ หรือทำงาน Part Time ก็ต้องเตรียม ย้อนหลัง 6 เดือน สำหรับเงินในบัญชีด้วย เพื่อให้สถาบันการเงินนั้นๆ เช็คความเครื่องไหวทางการเงินของเรา

ดูความสามารถของเราในการชำระหนี้ในอนาคต – ข้อสำคัญที่สุดเลย สำหรับการสมัคมสินเชื่อส่วนบุคคล ก่อนที่เราจะไปสมัคร แนะนำให้ ดูความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเราเองก่อนว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับการจ่ายเงินคืนก่อนที่เราจะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง เช็ครายได้ของเราเองว่าพอที่จะชำระเงินคืนในอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินนั้นๆ กำหนดหรือไม่ และที่สำคัญเลย ไม่แค่มีเงินพอที่จะจ่ายหนี้เท่านั้น แต่เงินที่มีเหลือพอที่จะจ่ายสิ่งของใช้จำเป็นหลายๆอย่างตลอดเดือนของเราหรือเปล่า ถ้ามั่นใจแล้วก็กรอกใบสมัครได้เลย แต่ถ้าไม่มั่นใจอย่าไปสมัครเลย เพราะว่าถ้าเรายังไม่มั่นใจในการจ่ายเงินคืนของเรา ก็อย่าหวังว่าจะสมัครผ่านเลย

ตรวจสอบคุณสมบัติ และ เงื่อนไขของการสมัคร – การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นผู้ที่สมัคร จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท และ สามารถได้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5.0 เท่าขอรายได้ของคุณเอง และเมื่อเราได้ตัดสินใจแล้วว่าจะสมัครกับ สถาบันการเงินไหนแล้ว ให้เราเช็ครายละเอียดอีกทีว่าสินเชื่อส่วนบุคคล ของธนาคารนั้นๆ ว่าเรามีคุณสมบัติพอที่จะไปสมัครกับเขาหรือ เปล่า และให้ตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีๆ ก่อนการสมัคร แล้วให้คิดไว้เสมอเลยว่า คุณสมบัติเหล่านี้เนี้ย ธนาคารไม่ได้คิดมาเล่นๆนะ คุณสมบัติเหล่านี้เป็นเหมือนปราการ ด่านแรกเพื่อที่จะคัดกรอกคนที่มาสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง

ข้อแตกต่างระหว่าง บัตรกดเงินสด กับสินเชื่อส่วนบุคคล เช็คได้ด้านล่าง

เรามาเช็คกันดีว่า จะได้ไม่เข้าใจผิดกันไปเอง ระหว่างบัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล จากสถาบันการเงิน นั้นมีความแตกต่างกันยังไง

บัตรกดเงินสด

  • บัตรกดเงินสด เมื่อสถาบันการเงินอนุมัติแล้ว สถาบันการเงินนั้นๆ จะให้บัตรกับเรา แต่บางสถาบันการเงินเมื่ออนุมัติแล้วจะให้บัตรเราเดียวนั้นเลย แต่บางแห่ง อาจจะทำการโอนเงินเข้าบัญชีบางส่วนสำหรับการอนุมัติครั้งแรก ส่วนใหญ่การทำแบบนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เราใช้เงินนั่นเอง
  • อัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับวงเงินที่อนุมัติ ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้กู้นั่นเอง จะมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 24% ไปจนถึง สูงสุด 28% ต่อปีนั่นเอง
  • การจ่ายเงินคืน ขึ้นอยู่กับอัตราขั้นต่ำ ของสถาบันการเงินนั้นๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% หรือ 5% ของวงเงินที่กดไป บวกกับดอกเบี้ย

สินเชื่อส่วนบุคคล

  • เมื่อเราได้การอนุมัติ แล้วสถาบันการเงิน หรือ ธนาคารที่เราสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล จะโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ให้กับเรา
  • อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบบุคคล จะขึ้นอยู่กับวงเงินที่เราได้รับการอนุมัติ ส่วนใหญ่จะต่ำที่สุดอยู่ที่ 19% และ สูงสุดไม่เกิน 28% ต่อปี
  • การจ่ายเงินคืนต้องทำการจ่ายเงินเป็นงวด ทุกเดือนเท่านั้น ซึ่งธนาคารจะแจ้งให้ทราบก่อน ก่อนสมัครซึ่งผู้ที่สมัคร สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็น 12 เดือน, 24 เดือน หรือถ้าให้นานสุดก็ 84 เดือน
  • เงินที่เราทำการจ่ายในแต่ละงวดนั้น จะเป็นการชำระหนี้เลย ไม่สามารถกดมาใช้ได้อีกเหมือนบัตรกดเงินสด

“บัตรเครดิต” รู้ไว้ ใช้ให้ถูก

 

7 คำถามเรื่องเงินกู้ สิ่งที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน

สินเชื่อ หรือ บัตรเงินสด เป็นบัตรที่สร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะมีความฟุ่มเฟือย, ช้อปปิ้ง, เงินก้อน, หรือ ปัจจัย 4 ต่างๆ ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคลนั้น หรือที่เราเรียกกันบ่อยๆ ว่าบัตรกดเงินสด ได้ถูกออกแบบมาให้เราใช้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่างๆนั่นเอง สำหรับรูปแบบนั้นจะเหมือนกับการกู้เงินนอกระบบนั่นเอง แต่สินเชื่อบุคคลจะเป็นแบบถูกกดหมาย โดยการให้เรายืมเงินมาใช้ก่อน แล้วค่อยผ่อนคืนทีหรือ นั่นเองซึ่งสถาบันการเงินก็จะมีมาตราการ ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ดอกเบี้ย 0% นานกี่เดือนก็ว่ากันไป สำหรับสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับการกู้เงินผ่านสถาบันการเงินนั่นก็คือ วัตถุประสงค์ของการที่เรา กู้เงินมาใช้นั่นเอง ซึ่งอยากจะแนะนำให้เรา คิดให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะใช้สินเชื่อ หรือ บัตรกดเงินสดทุกครั้ง เราต้องคำนึงถึงการชำระหนี้ด้วย ว่าเราสามารถชำระหนี้ที่เรากู้ยืมมาได้หรือไม่ เพราะว่าถ้าหากไม่สามารถผ่อนชำระได้ ตามข้อตกลงของสถาบันการเงินนั้น ปัญหาก็จะตามมาเรื่อยๆนั่นเอง

เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะสมัครบัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินต่างๆนั้น อยากให้อ่านให้ถี่ถ้วนก่อน ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ชอบอ่าน ทำให้เกิดปัญหาขึ้นทีหลังได้ วันนี้ทาง bookings.co.th เลยเอาวิธี และข้อคิด สำหรับการสมัคร สินเชื่อ หรือ บัตรกดเงินสด จากสถาบันการเงินต่างๆ เอาไว้ให้ผู้อ่านได้ใช้เป็นข้อคิด ก่อนที่จะตัดสินใจ ตกลงขอกู้เงิน หรือ สมัครบัตรกดเงินสด

1. ซื้อบ้าน หรือ จะซื้อรถ กู้เงินมาดีไหม? เวลาที่เราจะไปกู้ซื้อบ้าน หรือกู้เงินซื้อรถนั้น สถาบันการเงิน จะเช็คเราก่อนเป็นอย่างแรกเลยว่าเรามีความสามารถที่จะผ่อนชำระ หนี้ที่เราสร้างได้รึเปล่า ผ่านการดูรายรับของเรา นั่นเอง ว่าเป็นพนักงานบริษัท หรือ ว่าทำอะไรอยู่รึเปล่า ได้เงินมาทางไหน ซึ่งการตรวจสอบนี้ จะวิเคราะห์ได้อีกด้วยว่าทางสถาบันการเงินจะอนุมัติให้เรากู้หรือไม่

2. สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น เป็นสินเชื่อที่ของ่ายที่สุด แถมยังได้ไวด้วย แต่ถ้าคุณลองเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ แต่อัตราดอกเบี้ยนั้นค่อนข้างสูงมาก ทำให้เราต้องคิดให้ดีๆเลยหละ ก่อนที่จะสร้างภาระหนี้ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งหนี้อันนี้จะต้องเอามารวมกับหนี้ที่เรามีอยู่ก่อนหน้านี้ด้วย ว่าเราจะไหวสำหรับการผ่อนหรือเปล่า

3. รู้หรือเปล่า เวลาที่เราผ่อนอะไรนานๆ เราก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นไปอีกนะ เพราะว่าจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายดอกเบี้ยนั้น นอกจากมันจะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยแล้ว ยังขึ้นกับระยะเวลาในการชำระหนี้คืนทั้งหมดด้วย

4. ไม่มีเงินเดือน ก็ไม่ใช่ปัญหาในการขอสินเชื่อ หรือ สมัครบัตรกดเงินสด แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือให้สถาบันการเงิน รู้จักกับเราให้มากขึ้น โดยให้เขาเห็นความมีวินัยการเงินของเรานั่นเอง สำหรับวิธีการทำให้เขาเห็นนั้นก็ง่ายนิดเดียว โดยการ เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร และ ฝากเงินอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้สถาบันการเงินก็จะเริ่มรู้จักเรามากขึ้น เพียงฝากเงินง่ายๆแค่นี้ คุณก็สามารถ เพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว

5. สำหรับคนที่ขอสินเชื่อ สามารถขอให้สถาบันการเงิน ชี้แจงเหตุผลสำหรับการที่ไม่อนุมัติสินเชื่อได้ตามหลักเกณฑ์ ของธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับการร้องขอของเรานั้น ทางสถาบันการเงินจะต้องชี้แจงให้กับเรา เป็นลายลักษณ์อักษรให้กับเรา

6. ถ้าเราเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน และถูกทวงหนี้จากธนาคาร หรือสถาบันการเงิน เราสามารถร้องเรียนได้ที่ ศคง. (ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน) ผ่านการเขียนบอกลักษณะและพฤติกรรม ที่ไม่เหมาะสมของผู้ที่ทวงหนี้ และ แนบหลักฐานประกอบไปด้วย สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ เขียนชื่อ, ที่อยู่ และ เบอร์โทรติดต่อกลับของคุณ ให้ละเอียด สำหรับเจ้าหน้าที่ ในการติดต่อกลับนั่นเอง

7. สำหรับการค้างหนี้บัตรเครดิต ของเรานั้น สถาบันการเงิน หรือ ธนาคารที่ออกบัตรให้กับเราอาจจะใช้สิทธิหักเงินในบัญชีเงินฝากของเราอัตโนมัติเลย เพื่อชำระหนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระของเรา แต่ทางสถาบันการเงิน หรือ ธนาคารจะแจ้งให้เราทราบก่อนนั่นเอง และไม่จำเป็นต้องให้เราเซ็นยินยอมด้วยซ้ำ

รู้หรือไม่ว่า การใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ต่างก็ชอบไปกันมากๆ แล้วที่สำคัญเลย เมื่อเกิดการเดินทางไปเที่ยวที่ต่างประเทศขึ้นการพกเงินไปเยอะๆ อาจจะเสี่ยงต่อการสูญหายได้ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ เลือกที่จะแลกเงินไปให้น้อยที่สุด แต่จะใช้เงินโดยการใช้บัตรเครดิตแทน เพราะว่าปลอดภัยกว่า ไม่ต้องมานั่งห่วงหน้าพะวงหลังว่าเงินจะหายบ้าน โดนรูดทรัพย์บ้าง บัตรเครดิต เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด สำหรับคนที่คิดจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะว่าช่วยให้เราไม่ต้องพกเงินไปเยอะๆ สำหรับใครที่คิดจะไปเที่ยวต่างประเทศ อยากจะแนะนำให้สมัครบัตรเครดิตเอาไว้ก่อนเลย เพราะว่าบัตรเครดิตทำให้เราอุ่นใจได้เยอะเลย บางบัตรเครดิตมีประกันภัยให้เราด้วยนะ ซึ่งต้องอ่าน กรมธรรม์ของบัตรเครดิตนั้นๆให้ดี ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง หรือว่าถ้าจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศนานๆ แนะนำให้ซื้อประกันภัยการเดินทาง จะดีที่สุด เพราะว่าครอบคลุมแทบจะทุกอย่างเลย สมัยนี้ประกันภัยการเดินทางถูกมากๆ ราคาหลักร้อยบาทเท่านั้นเอง ลองไปเช็คกันดูได้

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1,2+,3+,2,3 ต่างกันอย่างไร?

คนไทยหลายๆคนที่กำลังหาข้อมูล ประกันภัยรถยนต์ อาจจะยังไม่รู้ความแตกต่างระหว่าง ประกันภัยรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2+ และ ชั้น3+ เราไปดูกันดีกว่า ว่าประกันภัยรถยนต์ ที่เรากำลังเลือกซื้อได้ มีความคุ้มครอง ตามที่เราต้องการ และ คุ้มครองเราได้มากน้อยขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะการใช้รถ, ขนาด และ อายุรถ

ความแตกต่างของ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1, 2+, 3+ และ 3

ประกันภัยชั้น 1 ความคุ้มครองแบบจัดเต็ม

  • คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต และ อนามัยของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
  • คุ้มครอง ซ่อมรถ
  • คุ้มครอง รถหาย หรือ ไฟไหม้ ตามทุนประกันที่ทำไว้
  • ราคาของประกันชั้น 1 จะอยู่ที่ประมาณ 13,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับชนิดของรถ ปีรถ ทุนประกัน ประวัติเคลม และ อื่นๆ

ประกันภัยชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง

  • คุ้มครองความเสียหาย ต่อชีวิต และ อนามัยของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหาย ต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
  • คุ้มครอง ซ่อมรถคันเอาประกัน เฉพาะกรณีชนกับรถด้วยกันเท่านั้น และ ต้องระบุคู่กรณีได้
  • คุ้มครอง รถหาย หรือ ไฟไหม้
  • ราคาประกันภัยชั้น 2+ อยู่ที่ 7,200 – 12,000 บาท ขึ้นอยู่บริษัทและทุนประกันที่เลือก

ประกันชั้น 3 ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง

  • คุ้มครองความเสียหาย ต่อชีวิต และ อนามัยของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหาย ต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
  • ราคาประกันอยู่ประมาณ 1,900 – 2,500 บาท สำหรับรถเก๋ง และ 2,800 – 3,500 สำหรับรถกระบะ

ประกันชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง

  • คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต และ อนามัยของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน และ บุคคลภายนอก
  • คุ้มครอง ซ่อมรถคันเอาประกัน เฉพาะกรณีกับรถด้วยกันเท่านั้น และ ต้องระบุคู่กรณีได้
  • ราคาประมาณ 6,500 – 9,000 บาท ขึ้นอยู่บริษัทและทุนประกันที่เลือก

เวลาเกิด อุบัติเหตุ บนท้องถนนต้องทำยังไง?

ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วคุณมีประกันภัยรถยนต์อยู่ในมือ ก่อนอื่นเลยให้คุณ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้ว กดเบอร์โทรศัพท์ไปที่บริษัทประกันภัยรถยนต์ของคุณ ไม่ต้องตื่นตกใจ จากนั้นพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ จะให้คำแนะนำ และพร้อมที่จะช่วยเหลือกันเอง ซึ่งจะบอกทุกขั้นตอนเพื่อทำให้การเคลมประกันเป็นเรื่องที่ง่าย และ ไม่เป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับคุณเลย

หลังจากที่คุณโทรศัพย์ แจ้งเคลมประกันกับ บริษัทประกันภัยรถยนต์ของคุณเรียบร้อยแล้ว ให้คุณเตรียมข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อนเลย สำหรับการแจ้งอุบัติเหตุข้างต้น โดยการให้ข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ เพื่อการแนะนำการช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะจัดส่ง พนักงานสำรวจภัยไปช่วยเหลือคุณโดยเร็วที่สุด สำหรับข้อมูลเบื้องต้น ที่คุณสามารถเตรียมไปบอกพนักงานมีไม่กี่อย่าง เช่น

  • ชื่อผู้แจ้ง
  • หมายเลขกรมธรรม์
  • หมายเลขทะเบียนรถยนต์, ยี่ห้อ หรือ รุ่นรถยนต์
  • วันเวลา และ สถานที่เกิดเหตุ
  • รายละเอียดการเกิดเหตุแบบคร่าวๆ

สำหรับในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ คูรสามารถเรียกรถพยาบาล และ นำส่งผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลก่อนได้เลย หลังจากนั้นค่อยแจ้งประกัน พร้อมทั้งแจ้งเหตุให้กับพนักงานสอบสวนทราบก่อน กรณีที่อุบัติเหตุครั้งนี้ คุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิด เมื่อคู่กรณียอมรับผิด ให้ขอหลักฐานการยอมรับผิด พร้อมด้วยสำเนาใบขับขี่ และ แจ้งประกันกรณีไม่มีผู้ใดรับผิดหรือ ไม่แน่ใจ ให้โทรหาบริษัทประกันภัยทันที แนะนำว่าอย่ายอมรับผิด หรือตกลงชดใช้ใดๆ จนกว่าพนักงานสำรวจภัยของเราจะไปถึง

 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -สมัครบัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ค สมัครบัตรเครดิต Citi Cash Back สมัครบัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต สมัครสินเชื่อบุคคล ซิตี้ สมัครสินเชื่อ บุคคลซิตี้ ผ่านทางออนไลน์ บัตรเครดิต Citi Reward สมัครบัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด บัตรเครดิต KTC

Most Popular

Recent Comments