Sunday, June 16, 2024
Homeท่องเที่ยวGhibli MuseumGhibli Museum พิพิธภัณฑ์สำหรับคนรักแอนิเมชันจิบลิ สตูดิโอ

Ghibli Museum พิพิธภัณฑ์สำหรับคนรักแอนิเมชันจิบลิ สตูดิโอ

เยี่ยมเยือนการ์ตูนจิบลิเรื่องโปรดได้ที่ญี่ปุ่น

ชื่อของการ์ตูนจิบลิ สำหรับคนที่ชื่นชอบการ์ตูนและแอนิเมชันญี่ปุ่นแล้วน่าจะคุ้นเคยกันดี เนื่องจากจิบลิเป็นผู้ผลิตการ์ตูนและแอนิเมชันชื่อดังมากมาย มีชื่อเสียงาจากลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ญี่ปุ่น และเรื่องราวที่มีให้เลือกหลากหลาย ครบทุกรสชาติของการเสพสื่อบันเทิงประเภทการ์ตูน ซึ่งจิบลิ สตูดิโอมีแฟนคลับการ์ตูนมากมาย จนสามารถสร้างพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงผลงานของจิบลิโดยเฉพาะได้ และมีแฟนคลับแวะเวียนเข้ามาทักทายอยู่เสมอ

กว่าจะมาเป็นสตูดิโอจิบลิ ผ่านอะไรมาบ้าง?

สตูดิโอจิบลิก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1985 มีแกนนำคือ “ฮายาโอะ มิยาซากิ” เขาเป็นผู้กำกับในแอนิเมชันของสตูดิโอจิบลิหลายเรื่อง ซึ่งฮายาโอะได้ร่วมกับ “อิซาโอะ ทากาฮาตะ” เพื่อนร่วมงานและพี่เลี้ยงในการก่อตั้งสตูดิโอจิบลิขึ้น และยังได้ “โทชิโอะ ซูซึกิ” ผู้จัดการฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสร้างที่เป็นคนมีพรสวรรค์โดดเด่นในการกำกับแอนิเมชันมาเข้าร่วมทีม สตูดิโอจิบลิจึงกลายเป็นมือหนึ่งในด้านการสร้างแอนิเมชันญี่ปุ่น โดยสตูดิโอจิบลิอยู่ภายใต้บริษัทแม่อย่าง โทคุมะ โชเต็น

โทคุมะ โชเต็น เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1954 และเป็นผู้ให้ลิขสิทธิ์ดิสนีย์ในการฉายภาพยนตร์จิบลิไปทั่วโลก แต่หลังการส่งต่อภาพยนตร์ไปมีการดัดแปลงบทพูดให้เข้ากับสังคมอเมริกามากขึ้น ทางสตูดิโอจิบลิจึงได้มีการเพิ่มเงื่อนไข no – editing เพิ่มเข้ามา เพื่อให้คนทั่วโลกได้เนเสน่ห์ของญี่ปุ่นผ่านการ์ตูนจิบลิอย่างแท้จริง

การ์ตูนจิบลิ 10 เรื่องดังที่ต้องไม่พลาดความสนุก

สตูดิโอจิบลิผลิตแอนิเมชันญี่ปุ่นน่ารัก ๆ และเนื้อหาดีออกมาหลายเรื่อง แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยสัมผัสการ์ตูนลายเส้นจิบลิมาก่อน นี่เป็นการเริ่มต้นที่ดี ด้วย 10 การ์ตูนจิบลิชื่อดังที่แฟนพันธุ์แท้จิบลิต้องไม่พลาดความสนุก

1 มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (Spirited Away)

มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (Spirited Away)
มิติวิญญาณมหัศจรรย์ (Spirited Away)

การ์ตูนจิบลิรางวัลออสการ์ที่พล็อตเรื่องน่าสนใจ บอกเล่าถึงเรื่องราวของ “จิฮิโระ” เด็กสาวอายุเพียง 10 ขวบ แต่ต้องเข้าไปยังโลกวิญญาณเพื่อช่วยพ่อแม่ที่ถูกสาปให้เป็นหมู ในฐานความผิดขโมยกินอาหารของเทพเจ้า นาทีนี้จึงต้องมาลุ้นกันว่าจฺโระจะช่วยเหลือพ่อแม่ได้สำเร็จหรือไม่

2 สุสานหิ่งห้อย (Grave Of The Fireflies)

สุสานหิ่งห้อย (Grave Of The Fireflies)
สุสานหิ่งห้อย (Grave Of The Fireflies)

แอนิเมชันที่เหมาะสำหรับคนชอบเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา ฉากหลังอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่าถึงสองพี่น้อง พี่ชาย “เซตะ” อายุ 15 ปี และน้องสาว “เซซึโกะ” ที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในยุคสงคราม จนพบกับสุสานหิ่งห้อย ซึ่งก็คือเครื่องบินรบที่ยิงขีปนาวุธลงมา และมีสะเก็ดไฟคล้ายหิ่งห้อยนั่นเอง

3 โทโทโร่เพื่อนรัก (My Neighbor TOTORO)

โทโทโร่เพื่อนรัก (My Neighbor TOTORO)
โทโทโร่เพื่อนรัก (My Neighbor TOTORO)

ตัวการ์ตูนที่โด่งดังมากของสตูดิโอจิบลิมาจากเรื่องโทโทโร่เพื่อนรักนี่เอง เรื่องราวเล่าถึงครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูก 2 คน ซึ่งพ่อพาลูกทั้ง 2 ย้ายบ้านเพื่อมาดูแลแม่ที่ป่วยหนัก ที่ซึ่งสองพี่น้องได้พบกับเทพอารักษ์นามว่า “โทโทโร่” นั่นเอง

4 แม่มดน้อยกิกิ (KIKI’s Delivery Service)

แม่มดน้อยกิกิ (KIKI’s Delivery Service)
แม่มดน้อยกิกิ (KIKI’s Delivery Service)

การ์ตูนแนวแฟนตาซีที่พาทั้งเด็กและผู้ใหญ่หลงรักมาแล้วมากมายอย่างแม่มดน้อง “กิกิ” ซึ่งเธอเป็นแม่มดที่มีเวทมนตร์ในตัว จนกระทั่งวันหนึ่งเธอสูญเสียมันไปจากสาเหตุใดก็ไม่ทราบ แม้แต่เสียงพูดของแมวคู่ใจอย่าง “จิจิ” เธอก็ไม่สามารถฟังออกได้เหมือนเคย

5 ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle)

ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl's Moving Castle)
ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ (Howl’s Moving Castle)

เรื่องราวการจญภัยในโลกนิยาย ที่ทุกอย่างไม่ได้เพอร์เฟกต์อย่างใจฝัน “โซฟี” หญิงทำหมวกอายุ 18 ปีกำลังถูกทหารลวนลาม แต่เธอได้พ่อมดฮาวล์มาช่วยไว้ จากความช่วยเหลือครั้งนั้นทำให้เธอเป็นส่วนหนึ่งในความขัดแย้งระหว่างพ่อมดฮาวล์และแม่มดแห่งทุ่งร้าง แม่มดแห่งทุ่งร้างจึงสาปโซฟีให้กลายเป็นหญิงชรา เพื่อแก้คำสาปนั้นโซฟีจึงเดินทางไปยังปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์

6 เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ (The Tale of the Princess Kaguya)

เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ (The Tale of the Princess Kaguya)
เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ (The Tale of the Princess Kaguya)

หากใครเคยอ่านนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นมาบ้างก็คงจะคุ้นหูกับเรื่องเจ้าหญิงที่เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ โดยแอนิเมชันเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องนั้น เล่าถึงครอบครัวหนึ่งที่ได้เด็กทารกมาจากการตัดไม้ไผ่ ทารกผู้นี้ทำให้พวกเขามั่งคั่งและโชคดี พวกเขาจึงย้ายเข้าเมืองหลวง ฝึกหัดทารกให้เติบโตเป็นเจ้าหญิง เปลี่ยนชื่อเธอเป็น “คางุยะฮิเมะ” และพยายามหาคู่ครองที่สมเกียรติให้เธอ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวต้องการเลยแม้แต่นิดเดียว

7 ฝันของฉันต้องมีเธอ (When Marnie Was There)

ฝันของฉันต้องมีเธอ (When Marnie Was There)
ฝันของฉันต้องมีเธอ (When Marnie Was There)

การ์ตูนฟีลกู๊ดอีกเรื่องที่บอกเล่าเรื่องราวของ “อันนา” สาวน้อยวัย 12 ปีที่รู้สึกว่าไม่มีใครที่รักเธออย่างแท้จริง เธอต้องย้ายไปอยู่ชนบทเพื่อรักษาโรคหอบหืด และที่นั่นเธอได้พบกับ “มาร์นี” สาวผมบลอนด์ที่อาศัยอยู่อย่างเดียวในคฤหาสถ์ทรงยุโรป และดูเหมือนอันนาจะเป็นคนเดียวที่มองเห็นเธอเสียด้วยสิ

8 โปเนียว (PONYO)

โปเนียว (PONYO)
โปเนียว (PONYO)

เรื่องราวสุดแฟนตาซีที่เล่าถึงเจ้าหญิงแห่งท้องทะเลอย่าง “โปเนียว” ที่มักแอบพ่อออกมาเล่นกับ “โซสุเกะ” ชายหนุ่มที่เคยช่วยเหลือเธอ เรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทั้ง 2 คนจะต้องเผชิญร่วมกันเป็นเสน่ห์ของการ์ตูนจิบลิเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

9 อาริเอตี้ มหัศจรรย์ความลับคนตัวจิ๋ว (The Secret World of Arrietty)

อาริเอตี้ มหัศจรรย์ความลับคนตัวจิ๋ว (The Secret World of Arrietty)
อาริเอตี้ มหัศจรรย์ความลับคนตัวจิ๋ว (The Secret World of Arrietty)

การ์ตูนจิบลิบีบหัวใจเคล้าน้ำตาอีกเรื่อง สำหรับเรื่องราวของ “อาริเอตี้” หญิงสาวตัวจิ๋วเพียง 10 เซนติเมตรที่อาศัยอยู่ใต้ถุนบ้านหลังหนึ่งกับครอบครัว เธอจะหยิบยืมของใช้จากบ้านหลังนั้นมาใช้และไม่ให้ใครเห็นตัวเด็ดขาด จนกระทั่งวันหนึ่ง “โช” ลูกชายเจ้าของบ้านเห็นเธอเข้า เขาจึงคอยช่วยเหลือเธอมาตลอดจนเกิดเป็นความผูกพัน แต่เรื่องเศร้าคือโชป่วยเป็นโรคหัวใจที่เขาอาจจะไม่มีวันกลับมาหาเธอเมื่อไหร่ก็ได้

10 เจ้าแมวยอดนักสืบ (The Cat Returns)

เจ้าแมวยอดนักสืบ (The Cat Returns)
เจ้าแมวยอดนักสืบ (The Cat Returns)

สวรรค์ของคนรักเหมียว ๆ เรื่องราวเล่าถึงหญิงสาวที่ชื่อว่า “ฮารุ” เธอได้ช่วยชีวิตแมวสีม่วงจากการถูกรถบรรทุกชน ซึ่งแมวตัวนั้นคือ “ลูน” เจ้าชายแห่งอาณาจักรแมว ของรางวัลเธอจึงเป็นการแต่งงานกับเขา และต่อมา “บารอน” แมวสุดเท่ก็อาสาช่วยเหลือเธอ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่วายถูกจับไปอาณาจักรแมวอยู่ดี ที่ซึ่งเธอค่อย ๆ กลายร่างเป็นแมวทีละน้อย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ จากสตูดิโอจิบลิ ลองนึกภาพการได้เข้าไปเยี่ยมชมส่วนหนึ่งของแอนิเมชันยอดเยี่ยมแห่งปี หรือได้ทักมายกับตัวการ์ตูนตัวโปรดในแต่ละเรื่อง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพิพิธภัณฑ์จิบลิจึงครองใจนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นได้มากมาย

มีอะไรบ้างในพิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum)

พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดแสดงฉากและเรื่องราวของการ์ตูนจิบลิแต่ละเรื่องเอาไว้

ภายในพิพิธภัณฑ์จะเป็นอาคารให้ผู้เข้าชมเดินชมแต่ละชั้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถ่ายรูปได้เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในโดยเด็ดขาด และที่นี่จะไม่มีพนักงานเดินนำชม เพราะอิงตามคอนเซปต์ “Let’s lose our way, together” เมื่อเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์แล้วจะพบมุมถ่ายรูปตามการ์ตูนเรื่องต่าง ๆ แฝงอยู่ตลอดทาง ใครจำฉากไหนหรือมุมไหนได้อย่าลืมเข้าไปถ่ายรูปกัน กิจกรรมที่น่าสนใจภายใน ได้แก่

lets get lose together
สโลแกน Ghibli Museum

Original Short Films

ภาพยนตร์แอนิเมชันของจิบลิจะถูกฉายที่ Saturn Theater ที่นี่มีการวาดรูปดอกไม้ และดวงดาวไว้ในเธียร์เตอร์ เป็นที่สำหรับชมภาพยนตร์ร่วมกัน รองรับได้เพียงแค่ 80 ที่นั่ง เมื่อภาพยนตร์ฉายจบจะเปิดหลังคาออกให้เห็นแสงแดดภายนอก โรงภาพยนตร์นี้ตั้งอยู่ที่ชั่นใต้ดิน ใครสนใจเดินลงมาได้เลย

Saturn Theater
Saturn Theater

Exhibitions

โซนจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์จะมีการเปลี่ยนธีมไปตามช่วงเวลา สำหรับคนที่ต้องการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จิบลิไม่ควรพลาดการจัดแสดงเหล่านี้ โดยในช่วงวันที่ 18 พฤศจิกายนจะเป็นนิทรรศการ The Boy and the Heron ซึ่งเป็นการ์ตูนจิบลิวาดมือทั้งหมด ความพิถีพิถันรวมอยู่ในการ์ตูนเรื่องนี้แล้ว

นอกจากกิจกรรมพิเศษในพิพิธภัณฑ์จิบลิ ผู้เข้าชมยังสามารถดื่มด่ำกับการ์ตูนจิบลิได้ตามชั้นต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน เช่น ชั้น 3 จะพบกับของที่ระลึก เหมาะกับเป็นของฝากญี่ปุ่น ชั้นดาดฟ้าจะพบกับหุ่นยักษ์จากเรื่อง Laputa-Castle in the Sky ตั้งเด่นให้คนได้เข้าไปถ่ายรูปกัน เป็นต้น

ช่วงเวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์จิบลิ

สตูดิโอจิบลิแบ่งเวลาการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ออกเป็น 4 ช่วง ได้แก่ 10.00 น. 12.00 น. 14.00 น. และ 16.00 น. คนที่ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์จิบลิจึงควรกำเวลาให้เดินทางมาถึงพิพิธภัณฑ์ทันเวลารอบสุดท้าย ซึ่งโชคดีที่สตูดิโอจิบลิสามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถไฟญี่ปุ่นสาย JR Chuo จากสถานีชินจูกุมาลงสถานี Mitaka นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตร JR Pass ไว้สำหรับเดินทางเพื่อความสะดวก ซึ่ง KLOOK ก็มีแพ็คเกจบัตร JR Pass จำหน่าย พร้อมตะลุยทุกพิกัดดังในญี่ปุ่น

การจองตั๋วพิพิธภัณฑ์จิบลิ

ผู้ที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์จิบลิต้องจองตั๋วล่วงหน้าเอาไว้ก่อน เพราะทางพิพิธภัณฑ์ไม่รับวอล์กอิน เพราะฉะนั้นการเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นจึงต้องวางแพลน สามารถจองตั๋ว Ghibli Museum 2567 ได้ที่ KLOOK เช่นกัน จองวันและเวลามาจากไทย เมื่อมาถึงจะได้พร้อมเข้าชมพิพิธภัณฑ์จิบลิได้ทันที

การไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์จิบลิไม่ได้สานฝันเพียงแค่คนที่เป็นแฟนคลับ แต่ยังเป็นการสะท้อนประวัติศาสตร์การ์ตูนป๊อบคัลเจอร์ของญี่ปุ่น และคงไว้ซึ่งลายเส้นงานเขียนของญี่ปุ่นเอาไว้ คนที่ชื่นชอบกลิ่นอายของญี่ปุ่น แม้ไม่ได้ดูจิบลิครบทุกเรื่องก็ควรไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จิบลิสักครั้ง แล้วจะพบกับความอิ่มเอมใจทางศิลปะที่แสดงแก่นแท้ของญี่ปุ่น เรียกได้ว่ามาญี่ปุ่นทั้งทีหากพลาดพิพิธภัณฑ์จิบลิไป จะต้องหาโอกาสกลับมาเยือนอีกครั้งเพื่อเข้าชมสักครั้ง และหากได้เข้าชมสักครั้งก็จะประทับใจจนอยากมาเยี่ยมอีกครั้งก็เป็นได้

>> จองตั๋ว Ghibli Museum แพ็คเกจสุดคุ้มที่ KLOOK <<

อ่านเพิ่มเติม:

RELATED ARTICLES
- Advertisment -แจกส่วนลดลูกค้าใหม่ Makro Pro สมัครบัตร UOB Privi Miles รับ 7,500 คะแนน สมัครบัตร UOB Lady’s Card สมัครบัตร UOB Lady’s Card สมัครบัตร AMEX รับ 150,000 คะแนน สมัครบัตร AMEX สมัครบัตร KTC สมัครบัตร KTC

Most Popular

Recent Comments