รวบรวมข้อควรรู้ JR Pass ที่ Pantip ไม่ได้บอก

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับ JR Pass ที่ Pantip (ไม่มี)

JR Pass หรือ Japan Rail Pass คือ ตั๋วเดินทางราคาถูก ที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมีสิทธิ์ที่จะซื้อ บัตรโดยสาร เจอาร์พาส (JR Pass) เป็นพาสที่บริษัทรถไฟในประเทศญี่ปุ่น ทั้งหมด 6 บริษัทจับมือร่วมกัน สำหรับข้อจำกัดของ JR Pass ก็คือ ไม่สามารถใช้โดยสารรถไฟที่มีชื่อว่า Nozomi, Mizuho ของ Tokaido, Sanyo และ Kyushu Shinkansen ได้

ถ้าเราทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับ JR Pass ในเว็บไซต์ Pantip เราจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวของบัตร JR Pass แทบจะทุกอย่างเลย แต่ก็ยังมีข้อมูลบางข้อมูลที่คนเขียนรีวิว JR Pass ใน pantipไม่ได้บอกเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่น “jr pass คืนได้ไหม” เป็นต้น สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับข้อมูลที่เราควรจะต้องรู้ของบัตร JR Pass มีอีกเยอะเลย เราได้รวมข้อมูลจาก Pantip มาให้คุณในฉบับที่เข้าใจง่ายๆ

♦  JR Pass คืนได้ไหม?

เป็นคำถามที่คนไทยหลายๆคนสงสัย เนื่องจากได้ทำการซื้อตั๋ว JR Pass ไปแล้ว แต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ทำให้ต้องการคืนตั๋ว JR Pass นั่นเอง สำหรับคำถามก็คือ “JR Pass คืนได้ไหม” เราขอตอบแทน Pantip สามารถคืนได้และไม่ได้ เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่มักจะมีเงื่อนไข หากซื้อแล้วไม่สามารถคืนเงินได้ แต่…ก็มีตัวแทนจำหน่ายบางเจ้า ที่สามารถคืนได้ อย่างเช่น Klook แต่คุณต้องทำตามข้อตกลงและเงื่อนไข ด้านล่าง

  • การยกเลิก หรือ คืนตั๋ว JR Pass ตั๋วต้องไม่ถูกใช้งาน สามารถนำมาขอคืนเงิน หรือแก้ไขรายละเอียดได้ภายใน 11 เดือน นับจากวันที่คุณได้ออกเวาเชอร์ แต่มีข้อจำกัดอยู่ที่ว่า คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียม เป็นจำนวนเงิน 10% ของราคาตั๋ว บวกกับค่าไปรษณีย์ในการส่งคืนเวาเชอร์กลับไปที่ตัวแทนจำหน่าย หลังจากที่ตัวแทนจำหน่ายได้รับเวาเชอร์คืนแล้ว ทางตัวแทนจำหน่ายจะทำการคืนเงินให้ ซึ่งวันและเวลาที่คุณจะได้รับเงินคืน จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับธนาคารของคุณ
  • ไม่สามารถขอยกเลิก หรือ ขอเงินคืนได้ ถ้าหากว่า เวาเชอร์ JR Pass ของคุณเกิดสูญหาย, ชำรุด, สูญหาย หรือว่าได้ถูกนำไปใช้แล้ว
  • ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลง ตารางการเดินรถไฟท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น, การงดให้บริการ, หรือ ปัญหาขัดข้องอื่นๆ จะไม่สามารถทำการขอคืนเงิน หรือ ขอเปลี่ยนแปลงใดๆ

♦  หาซื้อ JR Pass ที่ไหนได้บ้าง?

เป็นอีกหนึ่งคำถาม สำหรับคนไทยที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เลือกถามคำถามนี้มากที่สุด การซื้อบัตร JR Pass สามารถทำได้หลายวิธีมากๆ สำหรับวิธีแรก ก็คือ ซื้อที่สนามบินที่ประเทศญี่ปุ่น หรือ สำนักงานขายตั๋วซึ่งมีหลายแห่งมากๆในประเทศญี่ปุ่น ถ้าการที่คุณไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่น สะดวกก็จริงแต่ทว่า คุณจะต้องจ่ายเงินซื้อตั๋ว JR Pass ในราคาที่แพงกว่า การที่คุณเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนที่คุณจะเลือกซื้อตั๋วผ่านช่องทางออนไลน์ อยากจะแนะนำให้คุณเช็คก่อนว่าเว็บไซต์ ที่คุณกำลังตัดสินใจเลือกซื้อตั๋วนั้น เป็นเว็บไซต์ ที่ได้รับการรองรับอย่างถูกต้อง จะได้ลดความเสี่ยงในการถูกหลอกนั่นเอง ซึ่งข้อมูลที่คุณสามารถตรวจสอบได้อย่างดีเลยก็คือการหาอ่านรีวิวจากเว็บไซต์ Pantip นั่นเอง

♦  JR Pass คุ้มรึเปล่า ควรจะซื้อไหม?

ถ้าจะถามว่าบัตร JR Pass ควรค่ากับการเสียเงินหลายๆพันบาท เพื่อซื้อรึเปล่า? ต้องตอบตรงนี้เลยว่าคุ้มมาก เพราะว่าการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น 80% ต้องใช้รถไฟในการเดินทางนั่นเอง ซึ่งการที่เราจะมานั่งกดบัตรขึ้นรถไฟทุกครั้ง มันจะเป็นอะไรที่แพงกว่ามาก หรือว่าจะให้เรามานั่งรถโดยสารประจำทางไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยว ที่เราต้องการทุกครั้ง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาเสียเวลา เพราะว่าเวลาที่เราไปเที่ยวนั้นมีค่ามาก ใช้ระบบขนส่งอย่างรถไฟ ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางมากกว่า แล้วเอาเวลาเหลือๆของเราไปเที่ยว ไปกิน ไปช้อปปิ้งกันให้ฟินกันไปเลย และอีกอย่าง บัตร JR Pass นั้นมีราคาสมเหตุสมผลมากๆ ถ้าจะเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางอื่นๆ

♦  ซื้อบัตร JR Pass ที่ไหนราคาถูกที่สุด?

จากที่ได้เช็คราคาบัตร JR Pass บนเว็บไซต์จำหน่ายตั๋ว JR Pass และ ตัวแทนจำหน่ายจากบริษัททัวร์ต่างๆ พบว่าเว็บไซต์ Klook เป็นเว็บไซต์ ที่มีราคาตั๋ว JR Pass ถูกที่สุด ซึ่งเราได้ทำการเปรียบเทียบราคาตั๋ว JR Pass อย่างละเอียด โดยจะยกตัวอย่างตั๋วแบบ JR All Pass แบบ 7 วัน ซึ่งราคาของทางเว็บไซต์ Klook จะอยู่ที่ 8,370 บาท เท่านั้น ซึ่งราคานี้ยังไม่ใช่ราคาโปรโมชั่นนะ เพราะว่าลูกค้ายังสามารถใช้ คูปองส่วนลด Klook เพื่อนำมาเป็นส่วนลดเพิ่มได้อีก สำหรับส่วนลดล่าสุดที่ลูกค้าสามารถรับได้ หลังจากกรอกคูปองส่วนลด จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 555 บาท ราคาตั๋วแบบ 7 วัน จะลดเหลือ 7,815 บาทเท่านั้น!! แตกต่างกับเว็บไซต์ที่จำหน่ายตั๋ว JR Pass อื่นๆที่มีราคาสำหรับตั๋ว JR All Pass อยู่ที่ 8 พันกว่าบาททั้งนั้น แล้วที่สำคัญ ไม่มีโปรโมชั่น ส่วนลดใดๆมอบให้กับลูกค้าทั้งสิ้น สรุปได้ว่าเว็บไซต์ Klook เป็นเว็บไซต์ ที่ขายตั๋ว JR Pass ที่มีราคาถูกที่สุดนั่นเอง

♦  JR Pass แต่ละแบบ แตกต่างกันยังไง?

JR Pass มีหลายแบบ แบ่งออกเป็นดังนี้

  • JR All Pass – บัตรที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟส่วนใหญ่ของ JR ทุกภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น

  • JR East – บัตรที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟส่วนใหญ่ของ JR ในภูมิภาค Kanto และ Tohoku (รวมจังหวัด Nagano, Gunma และ Niigata)

  • JR West – บัตรที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟส่วนใหญ่ของ JR ในแถบ Kansai และ ภูมิภาคตะวันตก

  • JR Central – บัตรที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟส่วนใหญ่ของ JR โดยเดินทางจาก Kansai Airport และ Nagoya ไปยัง Takayama และ Hokuriku

  • JR Hokkaido – บัตรที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟส่วนใหญ่ของ JR ในภูมิภาคตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น บนเกาะ Hokkaido

  • JR Kyushu – บัตรที่สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟส่วนใหญ่ของ JR ในภูมิภาคตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น บนเกาะ Kyushu

 

สำหรับวิธีการเลือก JR Pass ในแต่ละแบบ ให้เลือกจากแผนการเดินทางที่เราวางแผนไป หากเดินทางทั่วประเทศญี่ปุ่น หลากหลายภูมิภาค ควรเลือกซื้อ JR All Pass เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อาจจะประหยัดกว่าที่จะซื้อแยกแต่ละภูมิภาค และถ้าหากว่าเลือกที่จะเที่ยวภูมิภาคเดียว ก็ควรเลือกที่จะซื้อ JR Pass สำหรับภูมิภาคนั้นๆ เพราะว่าจะมีราคาที่ถูกกว่าซื้อแบบ JR All Pass

บัตร JR Pass ในแต่ละภูมิภาคว่าสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ไหนได้บ้าง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ >>

บทความที่เกี่ยวข้อง

About Ordinary-Man

Check Also

รวบรวมข้อมูล JR Pass แต่ละภูมิภาค ในประเทศญี่ปุ่น (อย่างละเอียด)

JR Pass แต่ละแบบ มีอะไรบ้าง? ใครที่กำลังวางแผนจะเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น แน่นอนเลยว่าคงต้องสับสนแล้วก็มึนๆงงๆ กับตั๋วเดินทางของ JR อย่างแน่นอน เพราะว่าตั๋ว JR Pass นั้น มีให้เราได้เลือกซื้อเยอะมากๆ แถมบางครั้งในพื้นที่เดียวกัน ...

CLOSE
CLOSE