7 ข้อควรรู้ สำหรับนักท่องเที่ยว ก่อนเดินทางไปเที่ยวยุโรป

ข้อที่ควรระวัง จากมิจฉาชีพ ก่อนเดินทางไปเที่ยวประเทศ ในทวีปยุโรป

เชื่อได้เลยว่าคนไทยหลายๆคนคงจะพอทราบกันดีอยู่แล้วว่าการเดินทางไปเที่ยวประเทศในทวีปยุโรปนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องระวัง เนื่องจากว่าบ้านเมืองของเขา มิจฉาชีพ เยอะมาก มีทั้งโจร, นักล้วงกระเป๋า, นักกรีดกระเป๋า, ตำรวจปลอม, ขอทาน, และ อื่นๆอีกเพียบ ทำให้เราต้องวางแผนรับมือสิ่งเหล่านี้ให้ดีๆเลย ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยว ประเทศในทวีปยุโรป แต่การที่จะเป็นกังวลในเรื่องเหล่านี้มากจนเกินไปนั้น อาจจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของเราในทวีปยุโรปนั้น หมดสนุกไปเลยก็ได้ แต่การเตรียมตัวให้ดีนั้น จะช่วยให้เราหมดกังวลในเรื่องเหล่านี้ น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลย การวางแผนท่องเที่ยวให้รัดกุมมากขึ้น จะทำให้ความเสี่ยงในการโดยมิจฉาชีพ ที่แฝงตัวอยู่กับกลุ่มนักท่องเที่ยว ลดน้อยลง อย่างที่เราเคยเห็นในคลิปวีดีโอ ที่กลุ่มมิฉาชีพ พยายามจะล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวคนไทย ในขณะที่ทำการ เซลฟี่อยู่ เพราะฉะนั้น เราไปเช็คข้อควรรู้ และ สิ่งที่ต้องระวัง หากคุณเลือกเดินทางไปเที่ยวประเทศในทวีปยุโรปกันเถอะ

7 อย่างที่ต้องระวังให้ดี ถ้าคุณกำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวยุโรป

  • ระวังกระเป๋า หรือ ของมีค่าของคุณให้ดี
  • อย่าแลกเงินกับคนแปลกหน้า
  • ระวังคนทำน้ำหกเลอะเสื้อผ้า
  • หลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อสัญญาญไวไฟสาธารณะ
  • ตำรวจปลอม
  • แก๊งค์ขอทาน
  • หวังดีช่วยแนะนำการกดเอทีเอ็ม

ระวังกระเป๋า หรือ ของมีค่า

สิ่งหลักๆสำหรับคนที่วางแผนเดินทางไปเที่ยวยุโรปจำเป็นจะต้องรู้เป็นอย่างดีเลยก็คือ ต้องระวังกระเป๋าสตางค์ ของมีค่า พาสปอร์ต ของคุณให้ดีเลย ถ้าคุณมีกระเป๋าสะพายข้าง แนะนำให้นำกระเป๋าสะพายข้างสะพายแนบเนื้อในเสื้อไปเลย อย่าเอามาสะพายโชว์ด้านนอก พวกมิจฉาชีพ ถ้าเห็นว่าคุณใช้กระเป๋าแพง มีแบรนด์เนม คุณจะเป็นเป้าหมายหลักๆของพวกนี้เลย แล้วเวลาพวกนี้เล็งว่าคุณเป็นเป้าหมายของมันแล้ว มันจะตามคุณจนกว่ามันจะขโมยของคุณได้ พวกนี้มันมืออาชีพมากๆ ล้วงกระเป๋า หรือ กรีดกระเป๋าโดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยทีเดียว มิจฉาชีพบางพวกจะใช้การพูดคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคุณ เผลอแปปเดียวมันก็เอากระเป๋าหรือของมีค่าของคุณไปโดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น การเดินทางไปเที่ยวประเทศในทวีปยุโปร เวลาสะพายกระเป๋า ต้องสะพายไว้ในเสื้อจะปลอดภัยที่สุด

อย่าแลกเงินกับคนแปลกหน้า

สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยหลายๆคน อาจจะเคยเจอกับปัญหา แลกเงินไปไม่พอ เงินสดไม่พอ แต่เรามีเงินสกุลอื่นๆ แต่อยากจะแลกเป็นเงินสกุลยูโร ทำให้ต้องหาร้านรับแลกเงินตรา สิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องทำก่อนที่จะแลกเงินสดทุกครั้งให้คุณหาข้อมูลร้านที่รับแลกเงินก่อน ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน เท่านั้นยังไม่พอ แนะนำให้อ่านรีวิวด้วย ว่าร้านรับแลกเงินเหล่านั้น น่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่เจอร้านที่น่าเชื่อถือแล้ว ให้คุณนับเงินที่คุณต้องการจะแลกให้ดีๆ พร้อมกับค่าใช้จ่ายในการแลกเงินด้วย ว่ามีพอดีหรือไม่ ไม่งั้นถ้าคุณดวงซวยเจอร้านโกงๆ โดนสลับธนบัตร หรือ นำสกุลเงินต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วมาแลกเปลี่ยนกับเงินของคุณ จะทำให้คุณเสียเงินไปเปล่าๆได้เลยหละ มิจฉาชีพเยอะมากกว่าประเทศเราเยอะเลย สิ่งที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือ “”ห้ามแลกเงินกับคนแปลกหน้า” พวกคนเหล่านี้จะยืนอยู่ใกล้ๆกับร้านรับแลกเงิน ถ้าพวกมันเห็นคุณที่กำลังจะไปแลกเงิน มันจะรีบวิ่งตรงมาหาคุณทันที และทำทีเสนอเรทแลกเงินที่น่าสนใจกว่า แต่จริงๆแล้วพวกนี้มันหักค่าคอม เพิ่มขึ้นไปอีก รวมๆแล้วเราได้น้อยกว่าไปแลกที่ร้านด้วยซ้ำ

มิจฉาชีพ แกล้งทำน้ำหกใส่เสื้อผ้าเรา

สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวด้วยตัวเอง และเดินอยู่ตามท้องถนน แนะนำให้ระวังพวกมิจฉาชีพเหล่านี้ให้ดีๆเลย เพราะว่าคุณจะมีเปอร์เซนต์ที่สูงกว่าคนที่เดินทางไปเที่ยวในแบบกลุ่มทัวร์ พวกนี้จะตั้งใจสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ด้วยการสาดน้ำใส่เสื้อผ้าเรา หรือ ทำเป็นน้ำหกใส่เสื้อผ้าเรา ให้ดูเหมือนว่าเป็นอุบัติเหตุ หลังจากนั้นก็จะมีคนแปลกหน้า ทำทีว่าจะช่วยเหลือคุณ ด้วยการยื่นทิชชู่ หรือ ผ้าพันคอให้เราเช็ค ซึ่งอาจจะเป็นคนคนเดียวกันกับคนที่ทำน้ำหกใส่เราก็ได้ ในช่วงที่กำลังเช็คเสื้อผ้านั้น พวกมิจฉาชีพเหล่านี้ก็จะฉวยโอกาสตอนที่เราเผลอๆ ห่วงกับเสื้อผ้าของเราอยู่ แอบรูดซิป หรือ ล้วงกระเป๋าของเรา เอาเงิน เอาของมีค่า ไปในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เราสามารถป้องกันได้ก็คือ พยายามปฎิเสทความช่วยเหลือแบบสุภาพ และ พยายามอย่าให้ใครเข้ามาประชิดตัว หรือ เข้าใกล้ตัวเรา หลังจากนั้นให้หาห้องน้ำสาธารณะใกล้ๆ และ ทำความสะอาดด้วยตัวคุณเอง

ไม่ควรเชื่อมต่อสัญญาญไวไฟ สาธารณะ

คนไทยหลายๆคนไม่รู้เรื่องนี้ เนื่องจากว่าประเทศของเรายังไม่มีพวกแฮกเกอร์เก่งๆ ที่สามารถเจาะมือถือของเรา ผ่านระบบไวไฟได้ การเดินทางไปเที่ยวประเทศในทวีปยุโปร คุณอาจจะเจอกับสัญญาญไวไฟ ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ คุณอาจจะเจอสัญญาญที่ขึ้นว่า “FREE WIFI” หรือ สัญญาญที่ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน เพื่อทำการใช้งาน แต่ให้คุณคิดเสมอเลยว่า ไอพวก Free Wifi นั้นเป็นของพวก Hacker ที่เปิดดักรอนักท่องเที่ยวให้เข้าไปใช้ ถ้าเราเผลอกดเข้าไปใช้แล้ว มันสามารถเจาะข้อมูลทุกอย่างบนมือถือ Smarphone ของเราได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเลขบัญชี, ข้อมูลอีเมล, paypal หรือ รหัสต่างๆ บนมือถือของเรา น่ากลัวมากๆเลยทีเดียว สิ่งที่แนะนำให้ทำก็คือ เช่า Pocket Wifi ไปใช้เถอะครับ ราคาแพงกว่าหน่อยแต่ปลอดภัยกว่าเยอะ จะได้ไม่ตรงกับคำว่า “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย”

ตำรวจปลอม

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่พวก มิจฉาชีพมันใช้กัน เรามักจะพบพวกตำรวจปลอมได้ที่สถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ ตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ ซึ่งการทำงานของพวกมิจฉาชีพที่แปลงร่างเป็นตำรวจปลอมนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกจะเป็นพวกคนท้องถิ่น ที่จะทำหน้าที่เสนอให้คุณซื้อสิ่งผิดกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น ยาเสพติดต่างๆ และ ในขณะที่คุณตกใจกับกลุ่มคนเหล่านั้น คนอีกกลุ่มนึงซึ่งแต่งตัวเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการแสดงตัว และ แสดงบัตรประจำตัวตำรวจปลอม ขอตรวจสอบ พาสปอร์ต และ กระเป๋าเงินของคุณ และ อาจจะทำการข่มขู่ หรือ รีดไถเงินจากคุณ ยิ่งไปกว่านั้น พวกนี้จะทำการสลับพาสปอร์ตหรือ ธนบัตรในกระเป๋าเงินของคุณ เพื่อนำไปขายในตลาดมืดของประเทศพวกมันได้ วิธีป้องกัน สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ ก็คือ หลีกเลี่ยงการพกพาสปอร์ตติดตัว เมื่อต้องออกไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือ ควรจะถ่ายเอกสารตัวพาสปอร์ต เก็บเอาไว้ ติดตัวแทนการพกเล่มพาสปอร์ตตัวจริง และ ไม่ควรที่จะส่งกระเป๋าเงิน หรือ เปิดให้บุคคลอื่นๆ ได้ค้นกระเป๋า หรือ สัมภาระของคุณ ถ้าหากบุคคลเหล่านั้นพยายาม ที่จะขอดูพาสปอร์ต และ กระเป๋าเงินของคุณ คุณสามารถให้เขาแสดงบัตรประจำตัวที่เห็นภาพ และ หน่วยงานที่ชัดเจน และ ขอโทรยืนยันกับทางสถานีตำรวจก่อนให้ทำการตรวจสอบ

หวังดีทำเป็นจะช่วยกด ATM

สำหรับใครที่มีความจำเป็นจะต้องกด เอทีเอ็ม สาธารณะ อาจจะมีคนในพื้นที่หรือ คนท้องถิ่นแถวนั้น ทำทีว่าจะช่วยเรากดซึ่งวิธีการกดเงิน อาจจะทำให้คุณไม่เสียค่าธรรมเนียมจากการกดเงิน แต่จริงๆแล้ว มันมีจุดประสงค์จะสแกนบัตรของเรา กับเครื่องสแกนข้อมูลบัตรเอทีเอ็มขนาดเล็ก หรือ ภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า Card Skimmer เป็นการ์ดที่จะแอดจดเลขหรือพินของบัตรเอทีเอ็มของเรา เพื่อทำการดูดเงินของจากบัญชีของเราผ่านการโอนไปยังบัญชีอื่นๆ วิธีป้องกัน ก็ไม่ควรจะกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ ก็ควรจะกดจากตู้ที่คนไม่พลุกพล่าน หรือ พยายามหลีกเลี่ยงในการพูดคุยกับคนแปลกหน้า ถ้ามีใครพยายามชวยคุณคุย หรือ ขอความช่วยเหลือ ควรเก็บบัตรเอทีเอ็มของคุณให้มิดชิด แล้วเดินออกจากจุดนั้นทันที

แก็งค์ขอทาน

ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ในประเทศไทยของเราเท่านั้น แก็งค์ขอทางในประเทศของทวีปยุโปร แอดวานซ์กว่าด้วย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวก เด็ก คนชรา หรือ คนพิการ อาจจะทำให้คุณเสียเงินมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ถ้าคุณเห็นคนขอทานที่น่าสงสาร ที่แฝงตัวจากมิจฉาชีพ ในขณะที่คุณกำลังล้วงเงินออกจากกระเป๋าของคุณ พวกขอทาน หรือ มิจฉาชีพเหล่านี้ จะแอบซ่อนหรือ อยู่ในละแวกนั้นจะเห็นว่าคุณกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์ ซ่อนไว้ตรงจุดไหน หลังจากนั้นพวกมันจะมาเดินประกบคุณ และ บอกต่อให้กับแก็งค์ล้วงกระเป๋า ให้ทำการลงมือล้วงกระเป๋าด้วยการรูดซิป กรีดกระเป๋า เพื่อหยิบเงิน หรือ ของมีค่าของคุณไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว สิ่งที่เราสามารถป้องกันได้ก็คือ การหลีกเลี่ยงที่ให้เงินกับพวกขอทาน ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

ถึงแม้การเดินทางไปเที่ยวประเทศในทวีปยุโรปเป็นความฝันของใครหลายๆคน แต่ก็ใช่ว่าการไปเที่ยวยุโรปนั้นจะปลอดภัย และ เราไม่ต้องระวังอะไรเลย ประเทศในทวีปยุโรป ขึ้นชื่อมากๆในเรื่องมิจฉาชีพ ทำให้การเดินทางไปเที่ยวนั้น เราจำเป็นจะต้องเช็คการกระทำของพวกมิจฉาชีพให้ดี ที่นับวันมันเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ จนเราตามไม่ทันเลยทีเดียว สิ่งที่เราสามารถป้องกันได้ดีก็คือ ถ้าเจออะไรแปลกๆ ให้ถอยออกมา ไม่ควรแตะต้อง พูดคุย หรือ ให้ความช่วยเหลือ ไม่ได้บอกว่าให้เห็นแก่ตัวนะ แต่เราไปต่างถิ่น เราต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ อย่าทำอะไรให้พวกมันเห็นว่าเรามีเงินในกระเป๋า มีพาสปอร์ตในกระเป๋า ไม่งั้นเราจะตกเป็นเป้าของพวกมันได้ง่ายๆเลยหละ ส่วนใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวประเทศในทวีปยุโรป และกำลังที่จองตั๋ว จองกิจกรรมท่องเที่ยวอยู่ในตอนนี้ ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ Klook ดู เพราะว่าตอนนี้ทาง Klook กำลังจัดโปรมอบคูปองส่วนลด สำหรับการจองตั๋วต่างๆอยู่ ลดสูงสุด 1800 บาท

About Ordinary-Man

Check Also

วิธียกเลิกการจอง Agoda ให้ได้เงินคืนเต็มจำนวน

ยกเลิก Agoda ยังไงให้ได้เงินคืนเต็มจำนวน

ยกเลิกการจอง Agoda ยังไง ให้ได้เงินคืน? จากประสบการณ์ที่ได้ขอคืนเงินจากโรงแรมที่ญี่ปุ่น ในช่วงไวรัสโคโรนา สำหรับวิธีการที่ใช้ขอเงินคืนค่าจองโรงแรง ที่ได้ทำการจองล่วงหน้าไปกับทางเว็บไซต์ Agoda ที่เขียนขึ้นมาก็เพราะ “คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์” ให้กับเพื่อนๆที่กำลังวางแผนยกเลิกทริป ที่ได้จ่ายเงินค่าที่พักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใครที่ทำการจองผ่าน Booking ...

CLOSE
CLOSE