โปรโมชั่น สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ออนไลน์

เปรียบเทียบ โปรโมชั่นสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ออนไลน์ได้ที่นี่

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล คนไทยหลายคนอาจจะเข้าใจผิดกันไปเองว่าเจ้าสินเชื่อส่วนบุคคลอันนี้คล้ายๆกับบัตรกดเงินสด แต่ที่จริงแล้วสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นแตกต่างกับบัตรกดเงินสดโดยสิ้นเชิง สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อที่ผู้ขอ จะได้เงินเป็นก้อนเพื่อที่จะนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ผู้ขอต้องการ ซึ่งจำนวนเงินสินเชื่อที่ขอไปนั้นส่วนใหญ่ทางธนาคารชั้นนำจะให้กับผู้ขอ โดยประมาน 5 เท่าของเงินเดือนที่ผู้ขอได้นั่นเอง สินเชื่อส่วนบุคคลมีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย สำหรับข้อดี หรือส่วนที่ดีของการขอสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ก็คือเราได้เงินเป็นก้อนไม่เหมือนกับบัตรกดเงินสด และที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีบุคคลเข้ามาค้ำประกันให้กับเรา หรือไม่จำเป็นต้องนำหนักทรัพย์เพื่อที่จะใช้มาค้ำประกันอีกด้วย ส่วนการชำระเบี้ยก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการเงินที่เราไปขอสินเชื้อนั่นเอง แต่ละสถาบันการเงินจะมีอัตราดอกเบี้ยสำหรับการผ่อนชำระที่คงตัว ส่วนการจ่ายเบี้ยเพื่อชำระเงินนั้นจะเป็นการจ่ายในรูปแบบรายเดือนนั่นเอง

เงินก้อนที่ได้จากการขอ สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล หรือว่าเราจะเรียกอีกอย่างนึงก็ได้นั่นก็คือ สินเชื่อแบบเงินก้อน ซึ่งเงินก้อนนี้ส่วนใหญ่ที่คนไทยไปขอสินเชื่อกันนั้นจะนำไปลงทุนในกิจการ การค้า การลงทุนต่างๆ ตามเป้าหมายของแต่ละบุคคลนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นนำเงินไปลงทุนเปิดร้าน นำเงินไปจ่ายค่าเทอมลูก หรือแม้แต่นำเงินไปชำระหนี้ก็ได้เช่นเดียวกัน ในทางกลับกัน การเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ก็คือการไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะมีระยะเวลากำหนดการชำระหนี้ในรูปแบบตายตัว ชำระเป็นงวดๆ คล้ายกับการที่เราไปกู้เงินที่ธนาคารยังไงอย่างงั้นเลย แต่การเป็นหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคลไม่จำเป็นต้องมีคนมาค้ำประกัน หรือ ไม่ต้องมีทรัพย์สินมาค้ำนั่นเอง หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนในประเทศไทย ที่ต้องการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เราแนะนำให้คุณเช็คโปรโมชั่นด้านล่าง จากธนาคารชั้นนำที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลในปัจจุบันกันก่อนที่จะลงมือสมัคร ลองไปเช็คดูก่อนว่า อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ มีความจำเป็นต้องใช้เงินเยอะขนาดไหน ลองเช็คโปรโมชั่นสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารต่างๆได้ด้านล่าง

เปรียบเทียบ โปรโมชั่นสินเชื่อส่วนบุคคล จากสถาบันการเงินต่างๆ สำหรับการสมัครออนไลน์

สินเชื่อส่วนบุคคล จากธนาคารต่างๆอายุผู้สมัครวงเงินกู้ระยะเวลากู้วิธีการคิดดอกเบี้ยรายได้ขั้นต่ำ
สินเชื่อบุคคล กสิกรไทยผู้มีรายได้ประจำ ตั้งแต่ 22 - 60 ปีไม่เกิน 5.0 เท่าของรายได้ สูงสุดไม่เกิน 1,500,000 บาทสูงสุด 60 เดือนคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกผู้มีรายได้ประจำทุกประเภท (ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำ)
สินเชื่อส่วนบุคคล UOB I Cashบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20-60 ปีอนุมัติวงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท*สูงสุด 60 เดือนคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก15,000 บาท ขึ้นไป สำหรับพนักงานประจำ และ 20,000 บาทขึ้นไป สำหรับเจ้าของกิจการ
สินเชื่อส่วนบุคคล CIMBบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 21-59 ปีอนุมัติวงเงินสูงสุด 1,500,000 บาท*สูงสุด 60 เดือนคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก20,000 บาท/เดือน
สินเชื่อส่วนบุคคล ซิตี้สัญชาติไทย มีอายุ 21 ปีขึ้นไป (รวมระยะเวลาผ่อนชำระแล้วไม่เกิน 60 ปี)อนุมัติวงเงิน สูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 1,000,000 บาทระยะเวลาชำระคืนได้ตั้งแต่ 18 - 48 เดือนคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก แบบพิเศษสำหรับการสมัครผ่านทางออนไลน์20,000 บาท/เดือน
  • สินเชื่อบุคคล กสิกรไทย – ธนาคารกสิกรไทย เป็นอีกหนึ่งธนาคารที่มอบบริการสินเชื่อส่วนบุคคลให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปัจจุบันมีโปรโมชั่นสำหรับการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารกสิกรไทยมาเยอะมากๆ เป็นสถาบันการเงินที่พร้อมจะมอบเงินก้อน ที่พร้อมใช้ที่จะมาเติมเต็มทุกแผนการใช้จ่าย ต่อเดือนของเราได้อย่างง่ายดาย และ สบายมากๆ มาพร้อมกับดอกเบี้ยพิเศษที่ต่ำมากๆ เพียง 0.76% แถมยังปล่อยให้เราผ่อนแบบสบายมากๆ นานถึง 5ปี เลยทีเดียว ถือได้ว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น การนำเงินไปแต่งบ้าน, ดาวน์รถ, แต่งงาน, เรียนต่อ, จ่ายค่าเทอมลูก หรือจะพาครอบครัวไปพักผ่อนแบบสบายๆก็ได้เช่นเดียวกัน วงเงินกู้ ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ และ สามารถได้เงินก้อนสูงสุด 1,500,000 บาท
  • สินเชื่อส่วนบุคคล UOB I Cash – อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ได้รับความนิยมจากสถาบันการเงิน UOB ในประเทศไทย นั่นก็คือสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง UOB ได้มอบความพร้อมสำหรับการใช้จ่ายของคุณ ทำให้คุณสามารถสานฝันของคุณให้เป็นจริงได้ง่ายๆ ด้วยสินเชื่อส่วนบุคคลยูโอบี ไอ-แคช ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แถมยังแบ่งจ่ายได้สูงสุด 60 เดือนเลยทีเดียว ทาง UOB สามารถอนุมัติวงเงินให้กับคุณได้สูงสุด 1,000,000 บาท เลยทีเดียว สามารถผ่อนชำระง่ายๆเป็นรายเดือนเท่าๆกันทุกเดือน สำหรับอัตราดอกเบี้ย นั้นเป็นการคำนวนในรูปแบบ ลดต้นลดดอก สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครนั้นต้องมีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป และมีอายุตั้งแต่ 20 – 60 ปี
  • สินเชื่อส่วนบุคคล CIMB – ธนาคาร CIMB เป็นอีกหนึ่งสถาบันการเงินที่คนไทยส่วนใหญ่เลือกที่จะไปขอสินเชื่ออาจจะด้วยหลายๆเหตุผล เพราะว่าธนาคาร CIMB นี้ สามารถมอบสินเชื่ออเนกประสงค์ให้กับคุณในวงเงินกู้เป็นรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือเป็นเจ้าของกิจการ ก็สามารถขอสินเชื่อส่วนบุคคลจาก CIMB ได้หมดเลย สำหรับอัตรดอกเบี้ยพิเศษ 18% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 60 เดือน หรือ 1 ปีนั่นเอง เพิ่มโอกาสต่อยอดทางธุรกิจของคุณ ด้วยสินเชื่อส่วนบุคคล เพอร์ซันนัลแคช หรือ Personal Cash จาก CIMB (ซีไอเอ็มบี ไทย) สำหรับอัตราดอกเบี้ยนต่อปีนั้นมีตั้งแต่ 9% ไปจนถึง 18% ต่อปี สำหรับโปรโมชั่นจาก CIMB สินเชื่อส่วนบุคคลนั่นก็คือ ฟรีค่าธรรมเนียนการดำเนินการ และ ค่าอากรแสตมป์
  • สินเชื่อส่วนบุคคล ซิตี้ – สำหรับสถาบันการเงินที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งสถาบันการเงินที่คนไทยเลือกสมัคร สินเชื่อส่วนบุคคลนั่นก็คือ สินเชื่อส่วนบุคคลจาก ธนาคาร Citi Bank นั่นเอง สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้นั้น ไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการขอกู้ และ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องใช้คนมาค้ำประกัน สามารถรับวงเงินสินเชื่อ ได้สูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือนที่คุณได้ หรือ 1,000,000 บาท และ ยังสามารถรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่จะมาช่วยเพิ่มสภาพคล่อยทางการเงินของคุณ ให้เหมือนกับมีเงินสดเพิ่มขึ้น เพื่อใช้จ่ายในยามที่คุณต้องการ สำหรับการสมัครก็ง่ายมากๆเพียงใช้แค่บัตรประชาชน กับสลิปเงินเดือน อัตราดอกเบี้ยถูกมากๆ เริ่มต้นเพียง 0.97% ต่อเดือน แถมอัตราดอกเบี้ยยังเป็นแบบลดต้น ลดดอกอีกด้วย เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการนำไปเคลียร์ ยอดค้างบัครเครดิต หรือ บัตรอื่นๆ

เช็คโปรโมชั่นบัตรเครดิตจากธนาคารต่างๆ

  • เช็คโปรโมชั่น สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ จากสถาบันการเงินชั้นนำ ที่คนไทยเลือกสมัครผ่านทางออนไลน์มากที่สุด อนุมัติง่ายๆ รู้ผลไวสุดๆ พร้อมกับบัตรกำนัล + กระเป๋นเดินทาง ฟรีๆ! เช็คที่นี่
  • ช้อปออนไลน์ด้วย บัตรเครดิตเคทีซี ที่ Advice รับเงินคืนสูงสุด 15% คลิกที่นี่
  • โปรโมชั่นสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ คลิกที่นี่
  • ส่วนลด Lazada เมื่อช็อปด้วยบัตรเครดิต KTC คลิกที่นี่
  • สิทธิพิเศษ เมื่อสมัคร บัตรเครดิตซิตี้ เพรสทีจ ออนไลน์ คลิกที่นี่
  • โปรโมชั่น บัตรเครดิต KTC ช้อปที่ AIS Store คลิกที่นี่
  • สิทธิประโยชน์ สำหรับการสมัครบัตรเครดิต ซิตี้แบงก์ ออนไลน์ คลิกที่นี่
  • ทัวร์ยุโรป สุดคุ้ม ด้วยบัตรเครดิต กสิกรไทย คลิกที่นี่
  • บนกับ Bangkok Airways ด้วยบัตรเครดิต KTC รับส่วนลด 15% คลิกที่นี่
  • โปรโมชั่น จองที่ Expedia โดยใช้บัตรเครดิต KTC คลิกที่นี่

 

สินเชื่อบุคคล ดีกว่าบัตรเครดิตรึเปล่า?

คนไทยหลายคนอาจจะมีคำถามในหัวว่า เจ้าสินเชื่อส่วนบุคคลเนี้ย มันดีกว่าการสมัครบัตรเครดิตรึเปล่านะที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดหน่อยๆ ก็เพราะว่าตอนนี้ เศรษฐกิจในประเทศไทย ไม่ค่อยสู้ดีนักคนไทยใช้จ่ายน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด การซื้อของฟุ้มเฟือยลดลงอย่างน่าตกใจ และที่สำคัญ การกู้เงินไม่ว่าจะเป็นในระบบ หรือ นอกระบบ มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจเลยทีเดียว สำหรับคนที่ปัญหาในเรื่องการเงิน การสมัครบัตรเครดิต หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ทำให้เราต้องมานั่งศึกษากันอย่างละเอียดหน่อยว่าอันไหน ดีกับเรามากที่สุด ทำไมคนไทยส่วนใหญ่หลายๆคน ถึงใช้สินเชื่อส่วนบุคคล แทนที่จะใช้บัตรเครดิตกันนะ? นี่เป็นคนถามยอดฮิตเลยสำหรับคนที่สงสัย คำตอบมันง่ายมากๆเลยก็เพราะว่าสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นเป็นสินเชื่อที่ เราสามารถกำหนดระยะเวลากู้ได้อย่างแน่นอน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่มันคงตัว และการชำระเงินแบบรายเดือนในยอดที่เท่าๆกัน แต่การจ่ายเงินของบัตรเครดิตนั้นแตกต่างกันออกไป ทำให้เราต้องเข้าไปดูกันอีกว่าข้อดีของการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลดีกว่าการสมัครบัตรเครดิตยังไง? เช็คกันได้ด้านล่าง

ใช้จ่ายได้ตามเงื่อนไข – การขอสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น เราจะได้รับเงินสดเป็นก้อน และสามารถนำเงินก้อนนี้ไปจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในการขอสินเชื่อ ซึ่งบางสถาบันการเงินที่มอบสินเชื่อส่วนบุคคลไม่จำเป็นต้องบอก ทำให้เราสามารถนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น จ่ายค่าเทอมลูก, แต่งงาน, เรียนต่อต่างประเทศ, เปิดร้าน, เปิดกิจการต่าง และ อื่นๆอีกเพียบ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อเพื่อบ้าน และ รถยนต์อีกด้วย สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นมีข้อดีหลายๆอย่างเลย และเหมาะกับคนที่ต้องการเงินสดเพื่อนำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นๆ แถมข้อดีอีกข้อเลยก็คือ ดอกเบี้ยถูกมากๆ ใครที่วางแผนจะใช้เงินก้อน แนะนำให้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินต่างๆเลย

อัตราดอกเบี้ยนแบบลดต้นลดดอก – สถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ส่วนใหญ่จะคิดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบลดต้นลดดอก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุ

ผลที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะเลือกสินเชื่อส่วนบุคคล มากกว่าการสมัครบัคตรเครดิตออนไลน์ เพราะว่าการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น มีการคิดอัตรดอกเบี้ยในรูปแบบลดต้น ลดดอกนั่นเอง และจะกำหนดการจ่ายเงินคืนเป็นงวดๆไป ซึ่งค่างวดนั้นจะมีเงินต้นและดอกเบี้ยที่ไม่เท่านั้น ซึ่งการชำระเงินนั้น จะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในการชำระค่างวดตามปกติ ตลอดอายุสัญญา โดยไม่สามารถจ่ายมากกว่าค่างวดบางส่วนได้ แต่ถ้ามีความต้องการที่จะปิดบัญชีก่อน ก็ต้องจ่ายเงินต้นทั้งหมด พร้อมกับอัตราดอกเบี้ยหรืออาจจะมีค่าปรับด้วย

อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า – ข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ใครๆก็ชอบเลยก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่มันคงที่ หรือการคิดอัตราดอกเบี้ยในรูปแบบตายตัว จะเพิ่มหรือลดลงไม่ได้

ความแตกต่าง ระหว่างบัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล ในปัจจุบัน

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น หลังจากที่คุณสมัคร ถ้าคุณได้รับเงินโอนเข้าบัญชีเมื่อไหร่ เมื่อนั้นคุณจะเป็นหนี้ทันที แต่แตกต่างกับบัตรกดเงินสด เพราะว่าบัตรกดเงินสดให้จำเอาไว้ในทุกๆครั้งที่กดเงินสดออกมาเลย เมื่อไหร่ที่คุณกดเงินสดออกมา เมื่อนั้นคุณจะถึงเป็นหนี้นั่นเอง สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นคล้ายกับการขอกู้ธนาคารเลย “สินเชื่อส่วนบุคคล” แบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน เช็คได้ด้านล่าง

  1. สินเชื่อส่วนบบุคคล ภายใต้การกำกับ จะคิดดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมได้สูงสุดไม่เกิน 28% ยกตัวอย่างเช่น บัตรกดเงินสด, สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น Ready Credit, Speedy Cash, Personal Loan และ อื่นๆอีกเพียบ สำหรับผู้ประกอบการ ต้องเป็นนิติบุคคล และ กระทรวงการคลังต้องออกใบอนุญาต หรือ ไม่มีใบอนุญาตก็ได้
  2. สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล เช่น กู้สินเชื่อบ้าน กู้สินเชื่อซื้อรถยนต์ รวมไปถึงบัตรเครดิต ดอกเบี้ยของสินเชื่อ

เช็คความพร้อม ก่อนที่จะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลกันเถอะ!

สินเชื่อส่วนบุคคลที่ให้บริการจากสถาบันการเงินต่างๆนั้น เป็นสินเชื่อที่ขึ้นชื่อว่า สินเชื่ออเนกปรสงค์เป็นตัวช่วยให้กับคนที่ต้องการใช้เงินก่อนไปทำธุระต่างๆนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายส่วนตัว, ค่าเรียนหนังสือ, จ่ายค่ารถยนต์ บลาๆและอ้ื่นๆอีกเพียบ ว่าง่ายๆเลย ผู้ที่ขอสินเชื่อจะนำเงินก้อนนี้ไปทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องบอกสถาบันการเงินนั่นเอง สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีคนมาค้ำประกัน หรือ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง ส่วนใหญ่สถาบันการเงินจะอนุมัติวงเงินสำรหับสินเชื่อส่วนบุคคล มากสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน และวิธีการจ่ายนั้นจะเป็นในรูปแบบอัตราเดิมในทุกๆเดือน นั่นก็คือการคืนเงินในรูปแบบรายงวดนั่นเอง ตามระยะเวลาที่ได้ระบุไว้ก่อนการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงินนั้นๆนั่นเอง จะมีระยะเวลาชำระตั้งแต่ 6 เดือนยาวไปถึง 5 ปีเลยทีเดียว ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้นจะเป็นในรูปแบบ ลดต้นลดดอกนั่นเอง เราไปดูกันดีกว่าคนที่ต้องการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น คุณมีความพร้อมมากแค่ไหน และ เปอร์เซนต์การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

เอกสาร – เริ่มแรกเลยให้คุณเช็คเอกสารก่อนว่าต้องใช้หลักฐานหรือ เอกสารอะไรบ้างในการยื่นขอ หรือ สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เอกสารที่นำไปสมัครต้องถูกต้องและครบถ้วนด้วย ตามที่ทางสถาบันการเงินได้ระบุไว้ หรือถ้าอยากสมัครง่ายๆ แนะนำให้เช็คผ่านอินเตอร์เนตดูได้ เช็คได้ง่ายมากๆ เพราะว่าเขาจะบอกเราหมดเลยว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา สมัครไปแล้วไม่ผ่าน ต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีพวกเอกสารสำคัญๆ เช่น เเอกสารรับรองการทำงาน, เงินเดือน บัตรประชาชน และ อื่นๆอีกซึ่งเราก็ต้องเตรียมไปให้ครบ สำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานประจำ หรือทำงาน Part Time ก็ต้องเตรียม ย้อนหลัง 6 เดือน สำหรับเงินในบัญชีด้วย เพื่อให้สถาบันการเงินนั้นๆ เช็คความเครื่องไหวทางการเงินของเรา

ดูความสามารถของเราในการชำระหนี้ในอนาคต – ข้อสำคัญที่สุดเลย สำหรับการสมัคมสินเชื่อส่วนบุคคล ก่อนที่เราจะไปสมัคร แนะนำให้ ดูความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเราเองก่อนว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับการจ่ายเงินคืนก่อนที่เราจะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง เช็ครายได้ของเราเองว่าพอที่จะชำระเงินคืนในอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินนั้นๆ กำหนดหรือไม่ และที่สำคัญเลย ไม่แค่มีเงินพอที่จะจ่ายหนี้เท่านั้น แต่เงินที่มีเหลือพอที่จะจ่ายสิ่งของใช้จำเป็นหลายๆอย่างตลอดเดือนของเราหรือเปล่า ถ้ามั่นใจแล้วก็กรอกใบสมัครได้เลย แต่ถ้าไม่มั่นใจอย่าไปสมัครเลย เพราะว่าถ้าเรายังไม่มั่นใจในการจ่ายเงินคืนของเรา ก็อย่าหวังว่าจะสมัครผ่านเลย

ตรวจสอบคุณสมบัติ และ เงื่อนไขของการสมัคร – การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นผู้ที่สมัคร จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท และ สามารถได้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5.0 เท่าขอรายได้ของคุณเอง และเมื่อเราได้ตัดสินใจแล้วว่าจะสมัครกับ สถาบันการเงินไหนแล้ว ให้เราเช็ครายละเอียดอีกทีว่าสินเชื่อส่วนบุคคล ของธนาคารนั้นๆ ว่าเรามีคุณสมบัติพอที่จะไปสมัครกับเขาหรือ เปล่า และให้ตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีๆ ก่อนการสมัคร แล้วให้คิดไว้เสมอเลยว่า คุณสมบัติเหล่านี้เนี้ย ธนาคารไม่ได้คิดมาเล่นๆนะ คุณสมบัติเหล่านี้เป็นเหมือนปราการ ด่านแรกเพื่อที่จะคัดกรอกคนที่มาสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง

ข้อแตกต่างระหว่าง บัตรกดเงินสด กับสินเชื่อส่วนบุคคล เช็คได้ด้านล่าง

เรามาเช็คกันดีว่า จะได้ไม่เข้าใจผิดกันไปเอง ระหว่างบัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล จากสถาบันการเงิน นั้นมีความแตกต่างกันยังไง

บัตรกดเงินสด

  • บัตรกดเงินสด เมื่อสถาบันการเงินอนุมัติแล้ว สถาบันการเงินนั้นๆ จะให้บัตรกับเรา แต่บางสถาบันการเงินเมื่ออนุมัติแล้วจะให้บัตรเราเดียวนั้นเลย แต่บางแห่ง อาจจะทำการโอนเงินเข้าบัญชีบางส่วนสำหรับการอนุมัติครั้งแรก ส่วนใหญ่การทำแบบนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เราใช้เงินนั่นเอง
  • อัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับวงเงินที่อนุมัติ ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้กู้นั่นเอง จะมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 24% ไปจนถึง สูงสุด 28% ต่อปีนั่นเอง
  • การจ่ายเงินคืน ขึ้นอยู่กับอัตราขั้นต่ำ ของสถาบันการเงินนั้นๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% หรือ 5% ของวงเงินที่กดไป บวกกับดอกเบี้ย

สินเชื่อส่วนบุคคล

  • เมื่อเราได้การอนุมัติ แล้วสถาบันการเงิน หรือ ธนาคารที่เราสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล จะโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ให้กับเรา
  • อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบบุคคล จะขึ้นอยู่กับวงเงินที่เราได้รับการอนุมัติ ส่วนใหญ่จะต่ำที่สุดอยู่ที่ 19% และ สูงสุดไม่เกิน 28% ต่อปี
  • การจ่ายเงินคืนต้องทำการจ่ายเงินเป็นงวด ทุกเดือนเท่านั้น ซึ่งธนาคารจะแจ้งให้ทราบก่อน ก่อนสมัครซึ่งผู้ที่สมัคร สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็น 12 เดือน, 24 เดือน หรือถ้าให้นานสุดก็ 84 เดือน
  • เงินที่เราทำการจ่ายในแต่ละงวดนั้น จะเป็นการชำระหนี้เลย ไม่สามารถกดมาใช้ได้อีกเหมือนบัตรกดเงินสด

“บัตรเครดิต” รู้ไว้ ใช้ให้ถูก

 

7 คำถามเรื่องเงินกู้ สิ่งที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน

สินเชื่อ หรือ บัตรเงินสด เป็นบัตรที่สร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะมีความฟุ่มเฟือย, ช้อปปิ้ง, เงินก้อน, หรือ ปัจจัย 4 ต่างๆ ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคลนั้น หรือที่เราเรียกกันบ่อยๆ ว่าบัตรกดเงินสด ได้ถูกออกแบบมาให้เราใช้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่างๆนั่นเอง สำหรับรูปแบบนั้นจะเหมือนกับการกู้เงินนอกระบบนั่นเอง แต่สินเชื่อบุคคลจะเป็นแบบถูกกดหมาย โดยการให้เรายืมเงินมาใช้ก่อน แล้วค่อยผ่อนคืนทีหรือ นั่นเองซึ่งสถาบันการเงินก็จะมีมาตราการ ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ดอกเบี้ย 0% นานกี่เดือนก็ว่ากันไป สำหรับสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับการกู้เงินผ่านสถาบันการเงินนั่นก็คือ วัตถุประสงค์ของการที่เรา กู้เงินมาใช้นั่นเอง ซึ่งอยากจะแนะนำให้เรา คิดให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะใช้สินเชื่อ หรือ บัตรกดเงินสดทุกครั้ง เราต้องคำนึงถึงการชำระหนี้ด้วย ว่าเราสามารถชำระหนี้ที่เรากู้ยืมมาได้หรือไม่ เพราะว่าถ้าหากไม่สามารถผ่อนชำระได้ ตามข้อตกลงของสถาบันการเงินนั้น ปัญหาก็จะตามมาเรื่อยๆนั่นเอง

เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะสมัครบัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินต่างๆนั้น อยากให้อ่านให้ถี่ถ้วนก่อน ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ชอบอ่าน ทำให้เกิดปัญหาขึ้นทีหลังได้ วันนี้ทาง Bookings.co.th เลยเอาวิธี และข้อคิด สำหรับการสมัคร สินเชื่อ หรือ บัตรกดเงินสด จากสถาบันการเงินต่างๆ เอาไว้ให้ผู้อ่านได้ใช้เป็นข้อคิด ก่อนที่จะตัดสินใจ ตกลงขอกู้เงิน หรือ สมัครบัตรกดเงินสด

1. ซื้อบ้าน หรือ จะซื้อรถ กู้เงินมาดีไหม? เวลาที่เราจะไปกู้ซื้อบ้าน หรือกู้เงินซื้อรถนั้น สถาบันการเงิน จะเช็คเราก่อนเป็นอย่างแรกเลยว่าเรามีความสามารถที่จะผ่อนชำระ หนี้ที่เราสร้างได้รึเปล่า ผ่านการดูรายรับของเรา นั่นเอง ว่าเป็นพนักงานบริษัท หรือ ว่าทำอะไรอยู่รึเปล่า ได้เงินมาทางไหน ซึ่งการตรวจสอบนี้ จะวิเคราะห์ได้อีกด้วยว่าทางสถาบันการเงินจะอนุมัติให้เรากู้หรือไม่

2. สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น เป็นสินเชื่อที่ของ่ายที่สุด แถมยังได้ไวด้วย แต่ถ้าคุณลองเปรียบเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ แต่อัตราดอกเบี้ยนั้นค่อนข้างสูงมาก ทำให้เราต้องคิดให้ดีๆเลยหละ ก่อนที่จะสร้างภาระหนี้ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งหนี้อันนี้จะต้องเอามารวมกับหนี้ที่เรามีอยู่ก่อนหน้านี้ด้วย ว่าเราจะไหวสำหรับการผ่อนหรือเปล่า

3. รู้หรือเปล่า เวลาที่เราผ่อนอะไรนานๆ เราก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นไปอีกนะ เพราะว่าจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายดอกเบี้ยนั้น นอกจากมันจะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยแล้ว ยังขึ้นกับระยะเวลาในการชำระหนี้คืนทั้งหมดด้วย

4. ไม่มีเงินเดือน ก็ไม่ใช่ปัญหาในการขอสินเชื่อ หรือ สมัครบัตรกดเงินสด แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือให้สถาบันการเงิน รู้จักกับเราให้มากขึ้น โดยให้เขาเห็นความมีวินัยการเงินของเรานั่นเอง สำหรับวิธีการทำให้เขาเห็นนั้นก็ง่ายนิดเดียว โดยการ เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร และ ฝากเงินอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้สถาบันการเงินก็จะเริ่มรู้จักเรามากขึ้น เพียงฝากเงินง่ายๆแค่นี้ คุณก็สามารถ เพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว

5. สำหรับคนที่ขอสินเชื่อ สามารถขอให้สถาบันการเงิน ชี้แจงเหตุผลสำหรับการที่ไม่อนุมัติสินเชื่อได้ตามหลักเกณฑ์ ของธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับการร้องขอของเรานั้น ทางสถาบันการเงินจะต้องชี้แจงให้กับเรา เป็นลายลักษณ์อักษรให้กับเรา

6. ถ้าเราเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน และถูกทวงหนี้จากธนาคาร หรือสถาบันการเงิน เราสามารถร้องเรียนได้ที่ ศคง. (ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน) ผ่านการเขียนบอกลักษณะและพฤติกรรม ที่ไม่เหมาะสมของผู้ที่ทวงหนี้ และ แนบหลักฐานประกอบไปด้วย สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ เขียนชื่อ, ที่อยู่ และ เบอร์โทรติดต่อกลับของคุณ ให้ละเอียด สำหรับเจ้าหน้าที่ ในการติดต่อกลับนั่นเอง

7. สำหรับการค้างหนี้บัตรเครดิต ของเรานั้น สถาบันการเงิน หรือ ธนาคารที่ออกบัตรให้กับเราอาจจะใช้สิทธิหักเงินในบัญชีเงินฝากของเราอัตโนมัติเลย เพื่อชำระหนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระของเรา แต่ทางสถาบันการเงิน หรือ ธนาคารจะแจ้งให้เราทราบก่อนนั่นเอง และไม่จำเป็นต้องให้เราเซ็นยินยอมด้วยซ้ำ

รู้หรือไม่ว่า การใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ต่างก็ชอบไปกันมากๆ แล้วที่สำคัญเลย เมื่อเกิดการเดินทางไปเที่ยวที่ต่างประเทศขึ้นการพกเงินไปเยอะๆ อาจจะเสี่ยงต่อการสูญหายได้ ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ เลือกที่จะแลกเงินไปให้น้อยที่สุด แต่จะใช้เงินโดยการใช้บัตรเครดิตแทน เพราะว่าปลอดภัยกว่า ไม่ต้องมานั่งห่วงหน้าพะวงหลังว่าเงินจะหายบ้าน โดนรูดทรัพย์บ้าง บัตรเครดิต เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด สำหรับคนที่คิดจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะว่าช่วยให้เราไม่ต้องพกเงินไปเยอะๆ สำหรับใครที่คิดจะไปเที่ยวต่างประเทศ อยากจะแนะนำให้สมัครบัตรเครดิตเอาไว้ก่อนเลย เพราะว่าบัตรเครดิตทำให้เราอุ่นใจได้เยอะเลย บางบัตรเครดิตมีประกันภัยให้เราด้วยนะ ซึ่งต้องอ่าน กรมธรรม์ของบัตรเครดิตนั้นๆให้ดี ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง หรือว่าถ้าจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศนานๆ แนะนำให้ซื้อประกันภัยการเดินทาง จะดีที่สุด เพราะว่าครอบคลุมแทบจะทุกอย่างเลย สมัยนี้ประกันภัยการเดินทางถูกมากๆ ราคาหลักร้อยบาทเท่านั้นเอง ลองไปเช็คกันดูได้

About Ordinary-Man

CLOSE
CLOSE