Saturday, May 18, 2024
Homeท่องเที่ยวJR PassJR Pass ราคา เท่าไหร่ ทำอะไรได้บ้าง ไปเที่ยวญี่ปุ่นจำเป็นต้องซื้อจริงหรือ

JR Pass ราคา เท่าไหร่ ทำอะไรได้บ้าง ไปเที่ยวญี่ปุ่นจำเป็นต้องซื้อจริงหรือ

รู้จักบัตร JR Pass ตัวช่วยเวลาเที่ยวญี่ปุ่น

ก่อนเดินทางท่องเที่ยวต้องมีการวางแผนการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางเพื่อให้ไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่วางแผนเอาไว้ ซึ่งโชคดีที่การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมีความสะดวกสบาย เนื่องจากประเทศมีการจัดการการเดินทางที่เป็นระบบ การเดินทางข้ามจังหวัดหรือเดินทางระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งค่อนข้างง่ายด้วยรถไฟฟ้า นักท่องเที่ยวจึงนิยมซื้อบัตรสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเอาไว้ หนึ่งในบัตรที่มีชื่อเสียงก็คือ “JR Pass

JR Pass คือ ?

สำหรับคนไทยที่กำลังวางแผน เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น “ด้วยตัวเอง” คงต้องศึกษาวิธีการเดินทางในประเทศญี่ปุ่นมาก่อนแล้วว่า โดยปกติแล้ว คนที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ได้เดินทางไปเที่ยวเป็นกรุ๊ปทัวร์นั้นเขามีวิธีการเดินทางท่องเที่ยวยังไง ให้ประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์มากที่สุด ซึ่งการเดินไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆในประเทศญี่ปุ่นที่สะดวกและคุ้มค่ามากที่สุดคงหนีไม่พ้นการนั่งรถไฟนั่นเอง ซึ่งการที่เราจะขึ้นรถไฟในประเทศญี่ปุ่นนั้น เราสามารถทำได้โดยการซื้อตั๋วรถไฟเป็นรายครั้ง หรือซื้อแบบเหมารายวัน ซึ่งการซื้อตั๋วแบบเหมาจะได้รับบัตรมาใช้แทน เรียกว่า บัตร JR Pass ซึ่งบัตรนี้ก็จะแบ่งออกตามภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นอีก เช่น JR Kansai WIDE Area Pass, JR East Pass โทโฮคุ, Kyushu Rail Pass, JR Takayama Hokuriku Area Tourist Pass, JR Kansai Hiroshima Area Pass, JR Hokkaido Rail Pass และ อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีบัตร JR Pass ที่สามารถใช้ขึ้นรถไฟได้ทุกเภท ทุกภูมิภาค เราเรียกบัตรนี้ว่าบัตร JR Pass All Area

ประเภท และ ราคาของ JR Pass

JR Pass นั้นถือได้ว่าเป็นตั๋วที่จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เป็นตั๋วที่เราสามารถใช้เดินทางในประเทศญี่ปุ่นได้โดย รถไฟ ในราคาที่ประหยัด เป็นบริการที่เกิดจากการร่วมมือของกลุ่มบริษัทรถไฟในประเทศญี่ปุ่นถึง 6 บริษัทด้วยกัน JR Pass มีกี่แบบ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่

1.) บัตรโดยสารสำหรับใช้งานกับรถกรีนคาร์ (Green Cars) ซึ่งเป็นชื่อเรียกตู้นั่งในรถไฟที่มีความกว้างมากกว่า มีที่นั่งแน่นอน และได้รับการบริการที่ดีกว่าด้วย

2.) บัตรโดยสารรถไฟธรรมดา (Ordinary) ไม่สามารถเลือกที่นั่งได้ และไม่ได้การันตีที่นั่ง แต่ผู้ถือบัตรสามารถไปนั่งในส่วนของ Green Cars ได้ แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

ในปัจจุบันนั้น JR Pass ที่มีจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวนั้น จะมีให้เลือกตามระยะเวลาที่เราต้องเดินทางไปเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง จะแบ่งเป็น 3 แบบด้วยกัน คือ แบบ 7 วัน, แบบ 14 วัน และ แบบ 21 วัน ซึ่งระยะเวลาจะเป็นตัวกำหนดให้ราคา JR Pass แตกต่างกันออกไปด้วย

JR Pass สามารถใช้โดยสารอะไรได้บ้าง

คนไทยหลายๆคนอาจจะมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ JR Pass ว่าสามารถโดยสารรถไฟได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ตั๋วโดยสาร JR Pass นั้นสามารถใช้โดยสารได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถบัส, เรือเฟอรี่, รถราง, โตเกียวโมโนเรล (Tokyo Monorail), รถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express), รถไฟด่วน (Express), รถไฟเร็ว (Rapid), รถไฟท้องถิ่น, และ รถโดยสาร BRT สำหรับตั๋ว JR Pass ในแบบภูมิภาคนั้นจะมีการระบุแบบชัดเจนเลยว่า สามารถใช้ขึ้นอะไรได้บ้าง แล้วไม่สามารถใช้ขึ้นอะไรได้บ้าง ถ้าใครจะซื้อตั๋ว JR Pass แบบภูมิภาค แนะนำให้ศึกษาก่อน เพื่อความชัดเจนในการเดินทาง ป้องกันการหลงทางหรือขึ้นรถที่ไม่ได้เข้าร่วมบัตร JR Pass

JR Pass ซื้อได้ที่ไหน?

บัตร JR Pass สามารถซื้อได้ 2 ที่ด้วยกัน สำหรับที่แรกก็คือการเดินทางไปซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว JR Pass บนสถานีรถไฟในประเทศญี่ปุ่น (JR Ticket Office) สำหรับการไปซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์นั้นจะต้องนำ Passport ตัวจริงไปด้วย เพื่อการคัดกรองที่ง่ายขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว และพาสปอร์ตนั้นจะต้องยังไม่หมดอายุ หรือมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนก่อนหมดอายุ

สำหรับที่จำหน่ายตั๋ว JR Pass อีกแห่งคือการซื้อผ่านเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกซื้อกันมากที่สุด สำหรับเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ก็คือเว็บไซต์ Klook นั่นเอง เป็นเว็บไซต์ที่มีการจำหน่ายตั๋ว JR Pass ทุกประเภท ทุกภูมิภาค ในราคาที่ถูกที่สุด หลังจากที่คุณซื้อตั๋ว JR Pass ผ่านทางเว็บไซต์แล้ว คุณจะได้ตั๋ว Exchange Order มาหรือที่เราเรียกว่าตั๋วชั่วคราวนั่นเอง หลังจากที่คุณได้ตั๋วชั่วคราวมาแล้ว พอคุณเดินทางไปถึงที่ประเทศญี่ปุ่น ให้คุณนำ Exchange Order ที่คุณซื้อผ่านทางเว็บไซต์ ไปขึ้นตั๋วตัวจริงได้ที่เคาน์เตอร์ ตามสถานที่ต่าง ๆ

 JR Pass ราคาเท่าไหร่

 

บัตรโดยสาร JR Pass นั้นมีราคาอยู่ที่หลักพันบาท ถ้าเป็นบัตร JR Pass All Area ที่สามารถใช้เดินทางได้แบบไม่จำกัดภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่น จะมีราคาแพงที่สุด แบ่งราคาของบัตร 2 ประเภททั้งแบบธรรมดา (Ordinary) และแบบกรีนคาร์ (Green Cars) ได้ดังนี้

บัตรโดยสารแบบ Ordinary

ระยะเวลา 7 วัน ราคาผู้ใหญ่ 50,000 เยน เด็ก 25,000 เยน

ระยะเวลา 14 วัน ราคาผู้ใหญ่ 80,000 เยน เด็ก 40,000 เยน

ระยะเวลา 21 วัน ราคาผู้ใหญ่ 100,000 เยน เด็ก 50,000 เยน

บัตรโดยสารแบบ Green Cars

ระยะเวลา 7 วัน ราคาผู้ใหญ่ 70,000 เยน เด็ก 35,000 เยน

ระยะเวลา 14 วัน ราคาผู้ใหญ่ 110,000 เยน เด็ก 55,000 เยน

ระยะเวลา 21 วัน ราคาผู้ใหญ่ 140,000 เยน เด็ก 70,000 เยน

ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณเป็นค่าเงินไทย บัตร JR Pass สำหรับผู้ใหญ่จะเริ่มต้นที่ประมาณ 12,500 บาท ไปจนถึงประมาณ 35,000 บาท หากเลือกซื้อกับเอเจนซี่ในไทยจะได้รับส่วนลดและเพิ่มความประหยัดให้มากขึ้นได้ด้วยส่วนลด JR Pass

ก่อนการซื้อควรศึกษาเส้นทางการเดินทางของบัตรแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ และเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ควรซื้อบัตรเอาไว้ก่อน ซึ่งที่ KLOOK ก็มีบัตร JR Pass จำหน่าย

จองที่นั่งบนรถไฟด้วยบัตร JR Pass

ผู้ที่ถือบัตร JR Pass สามารถใช้บัตรเพื่อจองที่นั่งบนรถไฟได้ด้วยนะ สำหรับขบวนรถไฟที่เปิดให้เราได้จองที่นั่งนั้น จะเป็นรถไฟด่วนพิเศษบางขบวนเท่านั้น หรือ รถไฟ ชินคันเซ็น (Shinkansen 新幹線) เราต้องเลือกช่วงเวลาที่เราต้องการ ต้องเลือกต้นทาง และ ปลายทางมาด้วย แล้วก็ต้องคุยกับเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการจองที่นั่งให้กับเรา

บุคคลที่สามารถซื้อตั๋วรถไฟ JR Pass

ตั๋วรถไฟ JR Pass ไม่ได้มีไว้จำหน่ายให้กับคนญี่ปุ่นนะ แต่มีจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเท่านั้น โดยจะจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีระยะสั้นๆตั้งแต่ 15 วัน หรือ 90 วัน ที่สำคัญคือจะต้องมีตราประทับ และ ติดสติกเกอร์จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในพาสปอร์ตเท่านั้น

สำหรับคนที่ถือสัญชาติญี่ปุ่น ที่พักอาศัยอยู่ในต่างประเทศ จะต้องมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ถึงจะซื้อตั๋ว JR Pass ได้

  • ต้องถือสิทธิ์พำนักถาวรในประเทศนั้นๆ
  • กรณีมีการสมรสกับชาวต่างชาติที่พักอาศัพในประเทศอื่น

เงื่อนไขการใช้ JR Pass

  • สามารถใช้ได้เฉพาะบุคคลที่ระบุชื่อไว้เท่านั้น
  • สำหรับครั้งแรกที่คุณใช้ JR Pass คุณจะต้องเดินผ่านช่องที่มีเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพื่อรับตราประทับ หลังจากเดินทางผ่านช่องตรวจตั๋วแล้ว คุณจะต้องแสดง JR Pass ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นอายุการใช้งานของ JR Pass
  • แนะนำให้พกพาสปอร์ตติดตัวทุกครั้ง เพื่อการตรวจสอบ
  • ตั๋ว JR Pass สามารถใช้จองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่เคาน์เตอร์ จำหน่ายตั๋วรถไฟ (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
  • คุณไม่สามารถเปลี่ยน JR Pass เป็น Pass แบบอื่นๆได้
  • ถ้าคุณทำ JR Pass หาย ทางบริษัทจะไม่มีการออก Pass ใหม่ให้กับคุณ เพราะฉะนั้น อย่าทำหาย!
  • หากทำผิดกฎหมาย หรือลักไก่ขึ้นรถไฟที่ Pass ของคุณไม่ครอบคลุม คุณจะต้องจ่ายค่าเดินทางย้อนหลัง ทั้งหมด และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 2 เท่า

การซื้อบัตร JR Pass เพิ่มความสะดวกในการเดินทางที่ญี่ปุ่น ผู้ที่กำลังวางแผนไปญี่ปุ่นแล้วลังเลว่าควรซื้อดีไหม สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากรีวิว ไม่ว่าจะเป็นซื้อ JR Pass ที่ญี่ปุ่น Pantip หรืออ่านข้อมูลจากบล็อกท่องเที่ยวที่มีการแชร์ จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น และอย่าลืมหากสนใจซื้อบัตร JR Pass ลองเปรียบเทียบส่วนลดจากเอเจนซี่ เช่น KLOOK ดูก่อน มีโอกาสได้บัตร JR Pass ราคาถูกกว่า

>> คลิกดูบัตร JR PASS ราคาดีที่ KLOOK <<

บทความที่เกี่ยวข้อง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -แจกส่วนลดลูกค้าใหม่ Makro Pro สมัครบัตร UOB Privi Miles รับ 7,500 คะแนน สมัครบัตร UOB Lady’s Card สมัครบัตร UOB Lady’s Card สมัครบัตร AMEX รับ 150,000 คะแนน สมัครบัตร AMEX สมัครบัตร KTC สมัครบัตร KTC

Most Popular

Recent Comments